"กิตติรัตน์"ส่อล้มกระดานรถเมล์เอ็นจีวี 3,000 คันจากจีน เบนเข็มหนุนใช้รถเครื่องยนต์แก๊สโซฮอล์อี 85 จากยุโรปแทน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างร่วมคณะเดินทางเยือนประเทศสวีเดนและเบลเยียมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า หลังจากที่ได้ดูงานด้านพลังงานทดแทนของประเทศสวีเดนแล้ว มีความสนใจในเรื่องการใช้เครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์โดยสารสาธารณะของสวีเดน แตกต่างจากประเทศไทยที่ยังใช้ก๊าซเอ็นจีวีกันอยู่เพราะราคาถูกกว่าเนื่องจากได้รับการอุดหนุนราคา ซึ่งไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ดังนั้น ประเทศไทยน่าจะมีทางเลือกจากการใช้เครื่องยนต์โดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี ขยับมาใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 เพราะประเทศไทยปลูกพืชพลังงานมาผลิตเป็นเอทานอลเองได้
"ในอดีตเราเคยวางแผนซื้อรถเมล์หรือรถประจำทาง ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล พอวันหนึ่งอยากลดต้นทุนลงไปก็วางแผนจะซื้อรถเมล์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีทั้งที่รู้กันดีว่า ก๊าซเอ็นจีวีเหลือน้อยและมีวันหมดไป ปริมาณมีไม่เพียงพอ และถ้ายิ่งใช้เพิ่มขึ้นก็ต้องนำเข้าอยู่ดี ขณะที่การใช้เอทานอล มาผลิตเป็นแก๊สโซฮอล์ ประเทศไทยมีพืชพลังงานที่ผลิตเองได้ทั้งจากอ้อยและมันสำปะหลังถือเป็นจุดแข็ง ต่างจากประเทศสวีเดนที่ปลูกพืชพลังงานเองไม่ได้ต้องนำเข้าเอทานอลจากบราซิล สวีเดนยังมองว่ามีความคุ้มค่าที่จะใช้เลย"
ทั้งนี้ ในอดีตหลายปีก่อนประเทศไทยเคยส่งเสริมการใช้เอทานอลมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนแล้วชะงักไปช่วงหนึ่ง ทำให้มีกำลังการผลิตเอทานอลเหลือ จึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการผลิตเอทานอลมาทำแก๊สโซฮอล์อี85 หากมีการส่งเสริมให้ใช้มากขึ้น โดยขณะนี้แม้ประเทศไทยจะยกเลิกการใช้เบนซิน 91ไปแล้ว โดยมีแก๊สโซฮอล์ 91 มาแทน แต่เอทานอลที่ผลิตได้ก็ยังเหลืออยู่ดี ทั้งนี้ การใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 ยังสามารถช่วยให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นด้วย เพราะการกำหนดราคาค่าโดยสารรถประจำทาง สามารถคำนวณกลับไปเป็นราคาพลังงานได้ ส่วนนี้จะสามารถบอกได้เลยว่าจะรับซื้อพืชพลังงานได้ในราคาเท่าใดเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้









