วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อลงนามแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม

ไทยพร้อมเป็นประตูสู่ภูมิภาคและเป็นแหล่งการลงทุนของเบลเยียม เตรียมลงนามแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม ช่วงเจ้าพิลิปเสด็จเยือนไทย 17-22 มี.ค.

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือข้อราชการกับนายเอลิโอ ดิ รูโป (Mr. Elio di Rupo) นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรี กรุงบรัสเซลส์ โดยนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งร่วมหารือกล่าวถึงผลการหารือ ที่ครอบคลุมมิติการพัฒนาควาสัมพันธ์ที่ยาวนาน และการเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาที่ไทยและเบลเยียมมีศักยภาพ โดยนายกรัฐมนตรีทั้งสองห็นว่าไทยกับเบลเยียมจะร่วมกันพัฒนาสานต่อความสัมพันธ์ในลักษณะการเป็นหุ้นส่วนสำคัญทั้งในเวทีทวิภาคีและพหุภาคี

ทั้งนี้การเสด็จเยือนไทยของเจ้าชายฟิลิป พร้อมด้วยนักธุรกิจเบลเยียมระหว่างวนที่ 17-22 มีนาคมนี้ จะตอกย้ำความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นที่มีต่อกัน และรัฐบาลไทยพร้อมถวายการรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ และคาดว่าจะมีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมไทย-เบลเยียม ที่บรรลุผลเจรจาแล้วระหว่างการเสด็จเยือนไทย เพื่อเป็นกรอบการดำเนินการความร่วมมือต่างๆ ให้บรรลุผลสำเร็จ

ประเทศไทยขณะนี้ มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ ประชาธิปไตยมีความเข้มแข็งและธรรมาภิบาล และยึดหลักนิติรัฐ และคาดว่าปีนี้ GDP จะเติบโตร้อยละ 6.4 เศรษฐกิจจะโตประมาณร้อยละ 5.5 รวมทั้ง ไทยมีศักยภาพด้านที่ตั้ง ที่สามารถเป็นประตูสู่ภูมิภาคของ EU และ ASEAN อีกทั้ง รัฐบาลมีแผนการลงทุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 66,000 ล้านเหรียญสหรัฐที่ครอบลุมการลงทุนด้สนการคมนาคมขนส่ง โทรคมนาคม และพลังงาน ซึ่งจะสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ๆ และพัฒนาศักยภาพของไทยในการแข่งขัน

นายกรัฐมนตรีเบลเยียมชื่นชมการเติบโตที่เข้มแข็งและภาพลักษณ์ที่ดีของไทย และชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุติการค้างาช้าง และต้องการเห็นการลงทุนจากประเทศไทยในสาขาต่างๆ ในอนาคตที่กว้างขวางขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไทยและเบลเยียมจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวและไปมาหาสู่ระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างย่งประเทศไทยได้รับความนิยมจากชาวเบลเยียมเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพอีกทางเลือกหนึ่ง ด้วยคุณภาพด้านการแพทย์ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ ได้รับการยอมรับด้านบริการทางการแพทย์ที่ดี ด้วยราคาที่ต่ำเมื่อเทียบกับยุโรปและภูมิภาค ซึ่งในปัจจุบันการบินไทยได้มีการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และบรัสเซลส์และได้มีการวางแผนให้บรัสเซลส์เป็นจุดเชื่อมต่อในการบินไปยังภูมิภาคอื่น คือยุโรป อเมริกาเหนือ และแอฟริกา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว และการติดต่อธุรกิจ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่กันทั้งในลักษณะการท่องเที่ยวหรือทางธุรกิจ ไทยขอให้เบลเยียมพิจารณาให้ผู้ถือพาสปอร์ตแบบธรรมดาของไทยได้รับการงดเว้นวีซ่าเมื่อเข้าสู่พื้นที่ประเทศแชงเก้นด้วย

ในด้านการท่องเที่ยว บริษัทการบินไทยได้เพิ่มเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-บรัสเซลส์ จาก 3 เที่ยวต่อสัปดาห์เป็น 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวเบลเยียมเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้นทุกปี ความร่วมมือด้านถ่ายทอดเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ ไทยและเบลเยียมเห็นพ้องให้มีการแลกเปลี่ยนในสาขาการแพทย์ ความปลอดภัยทางอาหาร เทคโนโลยีนาโน นวัตกรรม การวิจัยและพัฒนาระดับสูง และโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

ประเด็นภาวะเศรษฐกิจโลก นายกรัฐมนตรีทั้งสองแลกปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มสถานการณ์เศรษฐกิจของ EU และของโลก ซึ่งภูมิภาคยุโรปถือว่าได้รับการฟื้นฟูแล้ว และจะมีความเข้มแข็งในอนาคตอันใกล้ โดยไทยยืนยันสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหภาพยุโรป เพื่อส่งเสริมการเติบโต การสร้างงาน และประโยชน์ร่วมกันต่อไป