วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งเมืองไทยประกันภัยจ่ายจุฬา1.7ล้าน

คดีแดงเผาเมืองสะเทือนเมืองไทยประกันภัย ศาลแพ่งสั่งจ่ายสินไหมให้จุฬา 1.7 ล้านบาท กรณีโรงหนังสยามถูกเผาช่วงชุมนุมปี"53 เข้าข่าย"จลาจล"

ศาลแพ่ง พิพากษาให้ บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จ่ายค่าสินไหมชดแทนให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามสัญญาประกันอัคคีภัยอาคารพาณิชย์ ในศูนย์การค้าสยามสแควร์ จำนวน 53 คูหา จากกรณีที่เกิดเพลิงไหม้โรงภาพยนตร์สยาม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ภายหลังการกระชับพื้นที่ของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนนำมาสู่การสลายการณ์ชุมนุมและเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงภาพยนตร์สยาม ไม่ได้เป็นการก่อความไม่สงบที่เข้าข่ายคำว่า "ก่อการร้าย" แต่เป็นเหตุความปั่นป่วนวุ่นวายที่อยู่ในความหมายของคำว่า "จลาจล" อันเป็นข้อยกเว้นความคุ้มครองตามกรมธรรม์อัคคีภัย จำนวน 3 ฉบับ

แต่ประกันอัคคีภัยอีก 2 ฉบับ ไม่มีข้อยกเว้น จึงพิพากษาให้ บริษัทเมืองไทยประกันภัย ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าสินไหมทดแทนอัคคีภัย ของอาคารพาณิชย์ ทั้ง 2 คูหา จำนวน 1,780,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2553

ด้านนายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า แม้ศาลแพ่งจะมีคำพิพากษาชี้พฤติการณ์ที่เกิดเหตุในวันที่ 19 พ.ค.53 ช่วงการชุมนุมของ นปช.ว่า ไม่ใช่เป็นการก่อการร้ายแต่เป็นเหตุจลาจล แต่คำพิพากษาดังกล่าวไม่มีผลผูกพันต่อคดีที่มีการยื่นฟ้องคดีอาญากับแกนนำนปช. 24 ราย ในศาลอาญาฐานร่วมกันก่อการร้าย จากเหตุการณ์ชุมนุมตลอดปี 2553 เนื่องจากคดีที่มีการฟ้องแพ่งกัน โดยคู่ความเป็นเรื่องเอกชนฟ้องเอกชนเกี่ยวกับการประกันภัยซึ่งเป็นคนละคนกับจำเลยคดีที่เป็นคดีอาญา ซึ่งโจทก์ที่ฟ้องคือพนักงานอัยการที่มีการรวบรวมพยานหลักฐานและบรรยายพฤติการณ์การกระทำของกลุ่มจำเลยไว้โดยละเอียดในแต่ละช่วงเหตุการณ์ในปี 2553 ที่ไม่ใช่ช่วงเฉพาะในวันที่ 19 พ.ค.53 เท่านั้น ทั้งนี้การกระทำของจำเลยในคดีอาญาจะเป็นความผิดหรือไม่ ศาลอาญาจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจเอง แต่หากจำเลยในคดีอาญาจะนำคำวินิจฉัยส่วนหนึ่งของคดีแพ่งมาสนับสนุนความเห็นของตัวจำเลยเองว่า ไม่ได้กระทำผิด ฐานก่อการร้ายเพื่อมาต่อสู้ในคดีอาญาก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของจำเลย แต่ยืนยันว่าคำพิพากษาของศาลแพ่งไม่มีผลผูกพันให้ศาลอาญาจะต้องรับฟังทั้งหมด โดยศาลอาญาจะต้องวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนเท่านั้น