โคคา-โคลา เปิดแผนปี"56 ทุ่มงบลงทุนกว่า 4 พันล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิต 35% เดือนเม.ย.เปิดโรงงานใหม่ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายแอนโตนิโอ เดล โรซาริโอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดในปี2556 ของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลาฯเน้นลงทุนด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมกับขับเคลื่อนนวัตกรรมการตลาดและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อสานเป้าหมายของบริษัทแม่เดอะ โคคา-โคลา คอมปะนี ที่จะขยายธุรกิจทั่วโลกให้โตขึ้นสองเท่าภายในปี 2020
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม ด้วยส่วนแบ่งตลาด 55.5% ณ สิ้นปี 2555 ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมของไทยมีมูลค่าประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำในตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่มของไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาด 16.5% ณ เดือนมกราคม 2556 ตลาดเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์โดยรวมมีมูลค่าประมาณ 1.69 แสนล้านบาท(ที่มา: นีลเสน)
"ในปีที่ผ่านมา เรามียอดขายและการเติบโตเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยความเป็นผู้นำในตลาดน้ำอัดลม ที่มีส่วนแบ่งตลาด 55.5% รวมถึงความเป็นผู้นำในตลาดน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ณ เดือนม.ค.2556 ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 16.5%"
ด้านนายพรวุฒิ สารสิน รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวว่า ในเดือนมี.ค.นี้ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จะเปิดสายการผลิตใหม่ที่มีความเร็วสูงระดับซูเปอร์ไฮสปีดที่โรงงานในรังสิตเพื่อผลิตเครื่องดื่มอัดลม ซึ่งช่วยให้รองรับความต้องการด้านการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน
นอกจากนี้ ภายในปีนี้ไทยน้ำทิพย์จะเดินเครื่องสายการผลิต เพิ่มอีกสามสาย ซึ่งจะช่วยขยายกำลังการผลิตเครื่องดื่มอัดลม และเครื่องดื่มไม่อัดลมของบริษัท ได้เพิ่มมากขึ้น โดยสายการผลิตทั้งสี่สายดังกล่าวใช้เงินลงทุนติดตั้งประมาณ 2,600 ล้านบาท
พลตรีพัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ (มหาชน) จำกัด กล่าวว่า ในเดือนเม.ย.นี้ หาดทิพย์จะเปิดโรงงานใหม่ที่จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยงบลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมบรรจุขวดเพ็ท (PET) ของหาดทิพย์ขึ้นอีกสามเท่าตัว และโรงงานแห่งใหม่นี้ ยังสามารถรองรับการผลิตเครื่องดื่มไม่อัดลมในอนาคตอีกด้วย









