เอกชนเสนอผู้ว่าฯกทม.ใหม่ เร่งผลักดันกรุงเทพฯ ผงาดศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน
ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหนคร อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกอีกสมัย ภาคเอกชนและนักวิชาการแนะผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ เร่งพัฒนากทม.เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว รับประชาคมอาเซียน
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าไม่ว่าพรรคไหนจะชนะเลือกตั้ง คิดว่าการพัฒนากรุงเทพมหานครก็ไม่แตกต่างกัน ซึ่งเท่าที่ติดตามดู ถ้าเป็นประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะ ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้าเพื่อไทยได้อาจจะมีเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ทั้งสองพรรคก็มีนโยบายคล้ายๆกัน
"ผมอยากให้โปรโมทกรุงเทพของเรา ทุกวันนี้ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแล้ว อยากให้มีมากขึ้นกว่านี้อีก ที่สำคัญอีกอย่าง การรองรับนักท่องเที่ยว สนามบินมีไม่พอ ต้องรีบแก้ปัญหาเร่งด่วนเลย เดี๋ยวจะช้าไป กว่าจะขยายอีกหลายปี ต้องมีมาตรการ"
นายนริศ กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนอีก 2-3 ปีข้างหน้า เชื่อว่านโยบายรัฐบาลน่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการภาษี เพื่อให้เราสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่ในการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวและช็อปปิ้ง ซึ่งปัจจุบัน กรุงเทพฯสามารถแข่งขันได้ แต่ไม่เต็มที่
ส่วนปัญหาหาบเร่แผงลอย นายนริศกล่าวว่าหากกทม.สามารถจัดระเบียบให้ดี หาบเร่แผงลอยจะเป็นเสน่ห์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบหลายประเทศแล้ว ไม่มีเหมือนไทย แต่บ้านเราบางทีก็เลอะไปหน่อย ถ้าสามารถควบคุมให้เป็นระเบียบถือว่าจะเป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯ
นายนริศกล่าวว่าอยากให้ผู้ว่าฯดูแลพี่น้องกรุงเทพมหานคร และนักธุรกิจที่ทำธุรกิจ อยากให้ส่งเสริมพวกการทำธุรกิจได้ดี สามารถแข่งกับต่างชาติได้ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากๆ ก็จะทำให้กรุงเทพมหานครพัฒนาก้าวหน้าต่อไป
จี้วางเป้าเป็นเมืองหลวงอาเซียน
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่าต้องการให้ผู้ว่า คนใหม่แก้ไขปัญหาการจราจรโดยการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และควรทำให้ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมีต้นทุนในการใช้รถยนต์เพิ่มขึ้น เช่น การจัดระเบียบการจอดรถในตรอกและซอยต่างๆ
นอกจากนี้ กทม.ควรจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลชุมชนร่วมกับผู้นำชุมชนเพื่อดูแลเด็กเล็กและเยาวชน การออกแบบถนนและอาคารสาธารณะเพื่อให้คนพิการสามารถใช้ได้อย่างสะดวกก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ผู้ว่าต้องทำ
ด้านนายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ อยากให้ผู้ว่าฯคนใหม่ทำให้กทม.เป็นเมืองหลวงของอาเซียน ด้วยการพัฒนาระบบการจราจร ให้เดินทางสะดวกและประหยัด เพื่อที่จะดึงให้บริษัทข้ามชาติมาตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ แทนที่จะเป็นสิงคโปร์อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เขากล่าวว่า เงินลงทุนระบบขนส่งมวลชนไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ หากผู้ว่าคนใหม่และรัฐบาลสามารถผลักดันให้เอกชนมาร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าได้
แนะดึงจุดเด่นแต่ละเขตสร้างมูลค่าเพิ่ม
นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทำตามที่หาเสียงไว้ ซึ่งมีทั้งงานเร่งด่วนและแผนงานระยะยาวที่ต้องดำเนินการเพราะประชาชนจะติดตามว่าทำตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ โดยเชื่อว่าประสบการณ์ 4 ปี ที่ผ่านมาจะเข้ามาทำงานต่อได้เลยและสานงานที่ค้างอยู่ได้ ส่วนข้าราชการก็คุ้นเคยกับแนวทางการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อยู่แล้วจึงไม่น่ามีปัญหาในการทำความเข้าใจกับข้าราชการ
ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หาเสียงไว้ว่าจะผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครของอาเซียน ซึ่งภาคเอกชนเห็นด้วยที่จะผลักดันเรื่องนี้เพราะจะทำให้ไทยเป็นผู้นำของอาเซียน 10 ประเทศ ในด้านสังคมและเศรษฐกิจ และจะทำให้ไทยน่าสนใจในสายตาชาวต่างชาติ น่าเดินทางมาและน่าดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทย
นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า ภาคเอชกนต้องการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนำจุดเด่นของพื้นที่ 50 เขต มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งหลายพื้นที่มีความน่าสนใจที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นย่านการค้าที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร และบางพื้นที่มีความรู้หรือสิ่งที่น่าสนใจในท้องถิ่นที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในเป็นย่ายที่คนจีนอาศัยอยู่มากและเป็นย่านการค้าเก่าที่มีประวัติมานานก็น่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เช่น เขตบางรัก เขตสัมพันธวงศ์
ชี้ต้องคบคุมผังเมือง
นายมานพ พงศทัต อาจารย์ ภาควิชาการวางแผนภาพและผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ น่าจะนำทิศทางของผังเมืองรวมกทม.ไปใช้ในการบริหารจัดการเมือง เพราะจริงๆ แล้วผังเมืองเป็นเครื่องมือของบริหารจัดการ อย่างที่เรียนไปว่าผังเมืองเป็นเรื่องของการประสานการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของ กทม.ตามบทบาทหน้าที่โดยตรง หรือการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของการควบคุมทางผังเมืองที่จริง
นัยสำคัญก็คือการพยายามประสานภาคเอกชนให้สอดคล้องกับการดำเนินการภาครัฐ ผังเมืองก็จะเป็นเครื่องมือในการที่จะทำให้ผู้ที่จะเป็นผู้บริหาร กทม.ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเมืองให้อยู่ในทิศทางนี้และใช้ในการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนในการพัฒนา กทม.ในระยะต่อไป









