บจ.กลาง-เล็กแห่ปันผลเป็นหุ้น โบรกฯชี้กลยุทธ์เพิ่มทุนทางอ้อม!!!
ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นที่คึกคัก ดัชนีหุ้นไทยทะยานมากกว่า 10% บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขนาดกลางและเล็กต่าง พร้อมใจกันประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้นให้กับนักลงทุน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่า เดือนก.พ.ที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้นจำนวน 22 บริษัท และมี 5 บริษัทที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด หลังจากที่ประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้น
ประกอบด้วย หุ้นสหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI) จากราคา 13 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 38.75 บาท คิดเป็น 198.08% หุ้นสยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) จากราคา 7.5 บาทเพิ่มขึ้น 12.6 บาท คิดเป็น 68% หุ้นคริสเตียนีและนีลเส็น จากราคา 11.6 บาท เป็น 18.3 บาท คิดเป็น 57.76% หุ้นยูเนี่ยน อินทราโก้ (UIC) จาก 4.42 บาท เป็น 6.55 บาท คิดเป็น 48.19% และหุ้นพลาสติกและหีบห่อไทย (TPAC) จาก 10.5 บาท เป็น 15 บาท คิดเป็น 42.86%
หลักการออกหุ้นปันผลนั้น จะไม่มีส่วนกระทบต่อสัดส่วนความเป็นเจ้าของกิจการ บริษัทที่จ่ายหุ้นปันผล มักจะมีจุดมุ่งหมายที่จะเก็บเงินสดไว้ เพื่อการลงทุน เช่น บริษัทที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทในลักษณะนี้ จะไม่จ่ายปันผลเป็นเงินสด แต่จะจ่ายเป็นหุ้นโดยออกหุ้นใหม่ ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินปันผลที่เป็นเงินสด
ผลจากการออกหุ้นใหม่เพื่อมาจ่ายปันผลคือ ทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่อยู่ในมือผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น แต่ไม่ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการโอนเงินจากบัญชีกำไรสะสมตามราคาตลาดในเวลานั้น ไปเข้าบัญชีทุน และส่วนเกินทุน ส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ยังคงเดิม ถึงแม้บริษัทจะไม่จ่ายเงินปันผล แต่เงินส่วนนี้ได้ถูกเก็บไว้เพื่อการลงทุน ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ต่อไป
ส่วนผลประโยชน์ที่ได้รับ ก็คือ ถ้าบริษัทสามารถขยายตัวได้ตามแผน กำไรต่อหุ้นจะสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในอนาคตสูงขึ้นในทางตรงกันข้ามถ้าบริษัท ไปทำอย่างอื่น หรือไม่สามารถบรรลุแผนที่วางเอาไว้ ขยายงานไม่ได้ก็จะส่งผลให้กำไรต่อหุ้นลดลง และราคาอาจไม่ไปไหน หรือเลวร้ายกว่านั้นก็คือราคาอาจลดลงกว่าเดิม ดังนั้น นักลงทุนอย่าง จึงควรศึกษา วัตถุประสงค์ของการนำเงินไปใช้ให้รอบคอบจะดีที่สุด
สมยศ อนันตประยูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ให้ความเห็นว่า การที่บริษัทประกาศ การออกหุ้นบริษัทมีข้อดีและข้อเสีย คือ เราจะสามารถเก็บเงินสดไว้ ไม่ต้องจ่าย และนำมาลงทุนต่อได้ ซึ่งบริษัทที่อยู่ระหว่างการเติบโต ก็จะทำให้อัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นได้ และจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้หุ้น กรณีที่ผู้ถือหุ้นมีอยู่แล้ว ก็สามารถถือลงทุนได้ หรือจะนำมาขายเพื่อได้ส่วนต่างจากราคาหุ้น และเป็นความต้องการนักลงทุน อยากให้หุ้นบริษัทมีสภาพคล่อง และยังเติบโตยังคงอยู่
"ข้อเสียจะทำให้ผู้ถือหุ้นไดลูชั่นแอฟเฟค ซึ่งต้องกรณีที่ปันผลเป็นหุ้นจำนวนมากๆ แต่บริษัทเลือกให้ในจำนวนไม่สูงมากเกินไป ให้มีผลกระทบน้อยเทียบกับการเติบโตของบริษัทซึ่งเราประเมินว่าจะโต 30% ขณะที่ไดลูชั่นจากการปันผลเป็นหุ้นเพียง 10% เท่านั้น และนักลงทุนบางคนอาจจะไม่ชอบใจที่ไม่ได้เงินสด แต่โดยส่วนตัวมองว่านักลงทุนสามารถขายหุ้นนำเงินสดมาใช้ก็ได้"ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว
สอดคล้องกับ สมชาย จองศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) CNT บอกถึงสาเหตุที่ต้องจ่ายปันผลเป็นหุ้นว่า บริษัทดำเนินธุรกิจก่อสร้าง และมีความต้องการที่จะขยายฐานทุนให้เพิ่มขึ้น เพื่อจะประมูลงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจากระดับ 500 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้เพิ่มทุน โดยการเลือกแนวทางจ่ายปันผลเป็นหุ้น เพื่อเพิ่มฐานทุนโดยไม่ต้องรบกวนเงินจากผู้ถือหุ้น ซึ่งในฐานะผู้บริหารมองว่าเป็นแนวทางที่ดี
"เราไม่ต้องการรบกวนเงินจากผู้ถือหุ้น จึงใช้วิธีการจ่ายปันผลเป็นหุ้น เพราะจะทำให้บริษัทมีฐานทุนที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการประมูลงานของบริษัทที่กำลังมีมูลค่าโครงการในอนาคต" สมชายกล่าว
ขณะที่ ธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ รองประธานกรรมการ บริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ (AI) บอกว่า บริษัทไม่นโยบายจ่ายปันผลเป็นหุ้น และยังมองไม่เห็นความจำเป็น เพราะที่ผ่านมานโยบายบริษัทจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40%ของกำไรสุทธิ ที่ผ่านมาบริษัทสามารถจ่ายได้ประมาณ 70%
"แนวคิดปันผลเป็นหุ้น บริษัทไม่มีนโยบาย ส่วนมากเป็นเงินสด เพราะมีข้อดี ผู้ถือหุ้นควรได้ผลตอบแทนเป็นเงินสดเท่านั้น เพราะกำไรที่ได้รับมา ก็เป็นเงินสดอยู่แล้ว หากจะแปลงเป็นหุ้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทนั้นๆ ถ้าต้องการเพิ่มสภาพคล่องก็สามารถเลือกวิธีนี้ได้ แต่บริษัทเอเชียนฯไม่มีความจำเป็นเพราะตอนนี้สภาพคล่องหุ้น 40%ก็น่าจะเพียงพอแล้ว "รองประธานกล่าว
ในมุมของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ให้ความเห็นว่า การที่บริษัทจดทะเบียนหันมานิยมจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น เพราะบริษัทต้องการเก็บเงินสดไว้ และถือว่าเทคนิคการบริหารเงินสดในมือ แต่ถ้าให้เลือก การปันผลเป็นเงินสด ดีกว่าการปันผลเป็นหุ้น เพราะผู้ถือหุ้นจะได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของราคาจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น
การปันผลเป็นหุ้นอาจจะมีลักษณะเหมือนการเพิ่มทุนทางอ้อม รวมถึงการแตกพาร์ แต่สิ่งที่นักลงทุนควรสังเกตวัตถุประสงค์ของการปันผลเป็นหุ้นเพื่ออะไร บริษัทต้องการเก็บเงินไว้ขยายกิจการในอนาคต หรือมีเหตุผลอย่างอื่น
"การปันผลเป็นหุ้นถือเป็นเทคนิคการบริหารเงินสดของบริษัท แต่ถ้าให้เลือกปันผลเป็นเงินดีกว่าปันผลเป็นหุ้น เพราะการปันผลเป็นหุ้นจะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลกระทบจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น เสมือนการเพิ่มทุนทางอ้อมหรือการแตกพาร์" นายสมบัติกล่าว
ในมุมของ อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ บอกว่าการจัดสรรหุ้นปันผลเป็นผลดีกับบริษัทที่ต้องการตุนเงินสดไว้ในในอนาคต โดยเงินสดยังอยู่กับบริษัท ซึ่งการจ่ายปันผลเป็นหุ้นถือเป็นการจ่ายทุนออกไปทำให้ส่วนทุนลดลงแต่ตัวเลขอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น ก็น่าจะเป็นผลดีต่อราคาหุ้นของบริษัท ดังนั้นผู้ถือหุ้นที่ได้รับหุ้นปันผลก็จะได้ประโยชน์ หากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็มีกำไรส่วนต่างมากขึ้น
วิธีการปันผลเป็นหุ้นเหมาะกับบริษัทที่มีอนาคตอยู่ในช่วงของการเติบโต แต่ถ้าบริษัทไม่มีแผนธุรกิจที่จะเติบโตก็ไม่น่าจะได้รับประโยชน์เท่าใดนัก แต่ก็มีข้อเสียเพราะเมื่อจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นผู้ถือหุ้นก็จะได้รับผลกระทบจากการไดลูชั่น ซึ่งควรจะพิจารณาให้ดีระหว่างผลกระทบกับโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นสามารถทำกำไรส่วนต่างได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าควรจะเลือกรับสิทธิ์นั้นหรือไม่









