วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรินทร์'ชี้เชียงใหม่เหมาะเชื่อมเออีซี

อดีตเลขาฯอาเซียน ระบุเชียงใหม่มีภูมิศาสตร์เหมาะสมเชื่อมโยงกับเออีซีและคู่ทางการค้าจีน แนะพัฒนาโครงข่ายคมนาคม

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ปาฐกถาพิเศษเรื่อง"โอกาสความร่วมมือประชาคมอาเซียน+จีน"ในงาน 40 ปีผสานใจนักธุรกิจไทยจีนเชียงใหม่ ที่อาคารศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีประชากรรวมกันทั้ง 10 ประเทศสมาชิกราว 600 ล้านคน จะรวมตัวกันเป็นประชาคมในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือในปี 2558 และจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แต่เมื่อรวมจีดีพีของทั้ง 10 ประเทศมีประมาณ 2.4 ล้านล้านหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจีดีพีของประเทศจีน ซึ่งมีจีดีพีสูงถึง 7.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จีนจึงมีความสำคัญกับเออีซีอย่างมาก โดยประเทศที่มีพรมแดนติดจีน เช่น พม่า ลาว เวียดนาม แต่ทั้ง 3 ประเทศไม่ใช่ผู้ก่อตั้งอาเซียน แต่ไทยคือผู้ก่อตั้ง ซึ่งไทยมีเศรษฐกิจอยู่ในอันดับ 2 ของเออีซีรองจากอินโดนีเซีย ด้วยความผูกพันระหว่างไทยจีนที่มีพรมแดนห่างกันเพียง 200 กม.โดยมีแม่น้ำโขงและสายการบินเป็นตัวเชื่อมโยง

นอกจากนี้ไทยยังมีนักธุรกิจที่มีเชื้อสายจีนจึงสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในภูมิศาสตร์ที่มีส่วนช่วยเชื่อมโยงความร่วมมือและผลักดันประชากรในเออีซีทั้ง 600 ล้านคน เพราะความพร้อมของไทยจะนำโอกาสมาสู่เออีซี และคู่เจรจาเช่นจีน ขณะนี้ทั้งประเทศไทยตื่นตัวกับเออีซี แต่ยังเป็นการตื่นตัวแบบตระหนก กลุ่มที่มีความพร้อมที่สุด คือ นักธุรกิจ และประชาชนไทยที่มีเชื้อสายจีน ซึ่งไปผูกโยงกับประเทศจีนที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก หลังจีนเปิดประเทศ กลุ่มคนจีนโพ้นทะเลในเอเชียใต้เข้าไปลงทุนในจีนมากที่สุด แม้ช่วงแรกไม่ประสบผลสำเร็จแต่เป็นเรื่องปกติของการลงทุน เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจีนเต็มหมดแล้ว ฉะนั้นจุดภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมสำคัญนักลงทุนในเออีซี คือ จังหวัด รัฐ และมณฑลภายในของจีน ซึ่งเมืองเล็กๆเหล่านี้มีประชากรไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ทำอย่างไรที่จะให้เฉินตู คุนหมิง กวางสี เป็นจุดเศรษฐกิจที่เอกชนในเออีซีเข้าไปผูกโยงได้ ต้องทีระบบการเชื่อมโยง โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เช่นโครงข่ายคมนาคมทั้ง รถไฟ เครื่องบิน ฯลฯ เหล่านี้ถือเป็นจิตวิญญาณของข้อตกลงความร่วมมือของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ จีเอ็มเอส ที่รัฐบาลจีนพยายามมุ่งเน้นสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ขึ้นมาเชื่อมโยง ทั้งเส้นทางคมนาคมทางบก เส้นทางรถไฟ สายการบิน รวมทั้งสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่จีนออกเงินสร้างคนละครึ่งกับรัฐบาลไทย จะเป็นจุดเชื่อมโยงที่สะดวกที่สุดไปยังมณฑลตอนใต้ของจีน คือ เชียงรุ้ง ยูนาน และคุนหมิง ที่เป็นเมืองใหญ่สุดในภูมิภาคตอนใต้ที่จีนให้ความสำคัญอย่างมากในเวลานี้เมื่อมีการเชื่อมโยงเกิดขึ้นแล้วเชียงใหม่จะได้รับประโยชน์พัฒนาในจีเอ็มเอส และก้าวต่อไปคือ บิมสเทค

"สิ่งที่ต้องตระหนักคือโอกาสของจังหวัดเชียงใหม่มีมากในเออีซี ทั้งด้านการลงทุน การพัฒนาและการแลกเปลี่ยนด้านท่องเที่ยว การศึกษา การคมนาคม ฯลฯ แต่การแข่งขันมีสิ่งท้าทายที่สำคัญสุด คือ เราพร้อมจะออกไปแข่งขันในเวทีเออีซีหรือไม่ คนไทยยังเคยชินและติดกับอดีต แม้ตื่นตัวแต่ยังตื่นตัวกันแบบผิดๆ เช่น หน่วยงานภาครัฐของบประมาณมาทำเรื่องเออีซี แต่ละกระทรวงมีงบประมาณรวมกันมากกว่าหมื่นล้านบาทมาทำเรื่องเออีซี สิ่งที่ต้องทำ คือ เปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ เชื่อว่านักธุรกิจไทยเปลี่ยนมานานแล้ว แต่สิ่งที่ไทยควรเปลี่ยนแปลงคือ ระบบการศึกษาที่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องสอนให้ท่องจำ แต่ควรสอนให้รู้จักคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ต้องมีการปฎิรูประบบราชการและการศึกษา ในอดีตระบบราชการเคยเป็นเสาหลักของประเทศ แต่ปัจจุบันระบบราชการเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา"ดร.สุรินทร์ กล่าว