"จรัมพร"มั่นใจ"ฟองสบู่"ที่เกิดขึ้นจากการเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก ไม่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ เหตุมีสัดส่วนแค่ 4% ของมูลค่าตลาดรวม
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์รายการ Market Wise กรุงเทพธุรกิจทีวี ในช่วงเช้าของวันนี้ (27 ก.พ.) ถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาแสดงความกังวลฟองสบู่ตลาดหุ้นว่า แม้ขณะนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณฟองสบู่ในหุ้นขนาดเล็ก แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบโดยรวมกับเศรษฐกิจไทย เนื่องจากหุ้นขนาดเล็กที่มีการเก็งกำไร คิดเป็นสัดส่วนเพียง 4% ของมูลค่าตลาดรวมเท่านั้น
"นักลงทุนรายย่อยต้องใช้วิจารณญาณในการลงทุน มิฉะนั้นจะเดือดร้อนในอนาคต"
สำหรับมาตรการสกัดหุ้นร้อนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯนำออกมาใช้ในช่วงที่ผ่านมา ในส่วนของแคส บาลานซ์ สามารถช่วยลดความร้อนแรงตลาดหุ้นได้ในระดับหนึ่ง โดยหลังจากที่นำมาตรการนี้ออกมาใช้ มูลค่าการซื้อขายหุ้นเก็งกำไรลดลงกว่า 80%แสดงว่ารายย่อยที่จะเข้ามาลงทุนลดลง 1 ใน 5 เมื่อเทียบกับก่อนหน้า
ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ฯยังได้เพิ่มมาตรการเพื่อสกัดหุ้นร้อน โดดยเพิ่มระยะเวลาแคสบาลานซ์ ออกไปอีก 6 สัปดาห์ จากเดิม 3 สัปดาห์ ซึ่งหลังจากนี้คงต้องติดตามว่าจะสามารถลดความร้อนแรงหุ้นได้มากน้อยแค่ไหน
"เราเตือนมาหลายสัปดาห์แล้ว เพราะมีหุ้นกว่า 120 ตัว ที่ไม่มีกำไร หรือประสบปัญหาขาดทุน แต่ P/E สูง"
ทั้งนี้หากย้อนหลังไป 14 เดือนที่ผ่านมา จะพบว่ามีหุ้นเก็งกำไร 50-60 ตัวเท่านั้น และมี P/E สูงเกิน 40 เท่า ประมาณ 24 ตัว ถ้าถือว่านั่นคือ ภาวะตลาดตามปกติของไทย ณ วันนี้ กระโดดขึ้นมาเป็น 71 ตัว ซึ่งถือว่าสูงมาก มีฟรีโฟลท 5 หมื่นล้านบาท ตอนนี้เพิ่มเป็น 6 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนล้านกว่าล้านบาท
นายจรัมพร ให้ความเห็นว่า หุ้นที่ P/E สูงๆ ต้องมีกำไรอย่างก้าวกระโดด เพราะฉะนั้นหากมองตามปัจจัยพื้นฐาน การที่หุ้น P/E 40 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 24 เป็น 71 ตัว มันเป็นไปไม่ได้
"ช่วงนี้นักลงทุนที่เข้าไปซื้อหุ้นเหล่้านี้ ต้องมีวิจารณญาณ ถามตัวเองว่า รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน หุ้นตัวนี้โตจริืงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นแล้ว หากราคากลับไปอยู่ในระดับเดียวกับปลายปี 2554 มาร์เก็ตแคปจะหายไปกว่า 5 แสนล้านบาท ถึงจุดนั้น รายย่อยจะเดือดร้อน"






