วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนระวังกระทิงขวิด แนะเผื่อใจเวลาหุ้นร่วง

ตลาดหลักทรัพย์ออกโรงเตือนระวังกระทิงขวิด แห่เก็งกำไรหุ้นผสมโรง หวังขายทำกำไร ควรเผื่อใจไว้เวลาหุ้นร่วง!

ตลาดหลักทรัพย์เผยแพร่ Research Note ฉบับที่ 1/2556 เดือนกุมภาพันธ์ 2556 เรื่อง "ข้อควรระวังในภาวะตลาดหุ้น Bull Market" โดยระบุว่า นับจากวิกฤติ Lehman Brother ในอเมริกาเมื่อปี 2551 ดัชนีตลาดหุ้นไทยทำสถิติปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนในหลายด้านด้วยกัน ปัจจัยแรกคือสภาพคล่องส่วนเกินจากปริมาณเงินที่ถูกปล่อยมาจากประเทศพัฒนาแล้วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจัยที่สองคือความเชื่อมั่นในความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย ปัจจัยถัดมา ได้แก่ ความคาดหวังการเติบโตจากการร่วมมือกันในภูมิภาค AEC

และปัจจัยสุดท้ายคือ นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและแผนก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยในช่วงเดือนที่ 2 ของปี 2556 นี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดเหนือระดับ 1,500 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 18 ปี และมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 50,000 ล้านบาท

"สภาพตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้ดึงดูดให้นักลงทุนหลากหลายประเภททั้งนักลงทุนปัจจุบัน นักลงทุนรายใหม่ ทั้งที่เป็นมืออาชีพและมือสมัครเล่น เข้ามาลงทุนหาผลตอบแทนสร้างความคึกคักให้ตลาดหุ้นไทย จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะร้อนแรงช่วงหนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมา"

ในด้านการระดมทุนพบว่า มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยมูลค่าการระดมทุนในตลาดแรกและตลาดรองในปี 2555 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี และได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดีโดยราคาหุ้น IPO ของบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่หลายบริษัทปรับตัวสูงกว่าราคาจองหลายเท่าตัว

นอกจากนี้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายตัวมีราคาปรับตัวสูงขึ้นในระดับ New High อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กที่หลายบริษัทราคาปรับตัวสูงขึ้นโดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดมาก

สถานการณ์ที่ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการเงินหลายท่านเริ่มออกมาส่งสัญญาณเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นคือ ภาวะที่นักลงทุนจำนวนมากเข้าซื้อขายหุ้นตัวใดตัวหนึ่งหรือในหมวดอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เนื่องจากเชื่อว่ามีปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกที่คาดว่าจะส่งผลให้ผลประกอบการในอนาคตของบริษัทปรับเพิ่มสูงมากขึ้นจากปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนออกมาในระดับราคาหุ้นที่ปรับตัวในระดับที่สูงกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก

"ความคึกคักของการซื้อขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นตัวกระตุ้นและจูงใจให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนหนึ่งเข้าร่วมลงทุนเนื่องจากเกรงว่าจะเสียโอกาสในภาวะตลาดขาขึ้นเช่นนี้ โดยอาจขาดการศึกษาถึงความเหมาะสมระหว่างปัจจัยพื้นฐานกับราคาหุ้นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของบริษัท ตลอดจนมีความเชื่อว่าจะสามารถขายหุ้นได้ในราคาที่สูงกว่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ราคาหุ้นปรับตัวที่สูงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงของธุรกิจมากเกินไป"

ท้ายที่สุดย่อมเกิดภาวะการขายหุ้นเพื่อทำกำไรและภาวะการเทขายตามกันซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นบางตัวปรับลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ไม่สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นได้ทันอาจจะประสบภาวะขาดทุนและออกจากตลาดไปพร้อมกับทัศนคติที่ไม่ดีและเข็ดต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้