วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TMT (ซื้อ) : 4Q55 ... แสดงผลประกอบการโดดเด่น

ผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กครบวงจร

TMT มีศูนย์บริการเหล็กครบวงจรที่สามารถให้บริการครอบคลุมถึงการผลิตและแปรรูป ให้คำปรึกษาและจัดหาผลิตภัณฑ์เหล็กที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ซึ่งมีความต้องการแตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรมเช่น ผู้รับเหมางานก่อสร้าง ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และมีศูนย์กระจายสินค้า ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็วทั้งนี้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.การเป็นศูนย์กลางในการจัดจำหน่าย (Steel Distribution Center) บริษัททำหน้าที่จัดหาผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จากโรงงานผู้ผลิตและจัดจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ

2.การแปรรูปและขึ้นรูปเย็นผลิตภัณฑ์เหล็ก (Steel Processing and Cold Forming)


4Q55 ... แสดงผลประกอบการโดดเด่น

4Q55 TMT มีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%qoqและ พลิกจากขาดทุนใน 4Q54โดยสามารถสร้างปริมาณขายรายไตรมาสได้สูงสุดในประวัติการณ์ที่ 110,000 ตัน และมีรายได้ 2,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%qoqและ 88% yoyซึ่งการเติบโตหลักๆ มาจากยอดขายผ่าน Modern Trade จากลูกค้าราย สยามโกลบอลเฮ้าส์ และไทวัสดุ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 11% เนื่องจากวัตถุที่ใช้มีต้นทุนต่ำจากการสั่งซื้อเมื่อ 3Q55 (ราคาเหล็กอยู่ในขาลง) หากพิจารณาเป็นรายปีแล้ว TMT มีกำไรสุทธิ 447 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 453% yoyโดยทำยอดขายได้ 401,007 ต้น (สูงสุดในประวัติการณ์เช่นกัน) เพิ่มขึ้น 40% yoyและมีรายได้ 10,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% yoy


ตั้งเป้ารายได้ปี 2556 ที่ 12,000 ล้านบาทและ เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านบาท ภายในปี 2558

ปี 2556 แนวโน้มผลการดำเนินงานของ TMT ยังคงสดใส โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ 12,000 ล้านบาท (ยอดขาย 450,000 – 500,000 ตัน) เติบโต 20% yoyจากความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้น หลักๆ มาจากภาคอุตสาหกรรม เช่น 1) งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม 2) งานประกอบรถบรรทุก ซึ่งได้รับผลบวกจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของต่างจังหวัด 3) งานก่อสร้างงานของภาครัฐ (เกิดการสั่งซื้อเหล็กจากผู้รับเหมารายใหญ่) 4) งานผลิตโครงสร้างเหล็กเพื่อส่งออก และ 5) ขยายตัวของ Modern Trade ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสู่ตลาดต่างจังหวัด ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะดีขึ้นจากปี 2555 สาเหตุมาจากหลังจากรัฐบาลมีการประกาศมาตรการ AD และ Safe guard เหล็กนำเข้าจากต่างประเทศในช่วง ธ.ค.55 – ม.ค.56 ทำให้ตลาดเกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนเหล็กจึงเกิดการสต๊อกเหล็ก ทำให้ GPM ใน 1Q56 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจาก 4Q55 (GPM 1Q56 คาดว่าจะสูงกว่า 10%) และ คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะสามารถรักษาระะดับ 8.0-9.0% ได้ โดยผู้บริหารคาดว่า GPM ปี 56 จะอยู่ที่ระดับ 9.0-9.5% (ปี 55 อยู่ที่ 8.9%) ทั้งนี้ TMT มีสต๊อกเหล็กที่สามารถผลิตและขายได้ในช่วง 1Q56 และมีช่องทางการจัดหาเหล็กจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ถูกมาตรการ AD และ Safe guardได้ จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเผชิญภาวะการขาดแคลนวัตถุดิบ ขณะที่ตั้งเป้าเติบโตต่อในปี 2557-2558 โดยตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านบาท ภายในปี 2558


แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท

เราชื่นชอบTMT ในฐานะที่เป็นบริษัทซื้อมาขายไป (Trading firm) โดยมีกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าด้วยการบริการและการช่วยลูกค้าหาทางเลือกที่ดีที่สุด (Solution) ในการผลิต ซึ่ง TMT มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลายอุตสาหกรรม และมีการบริหารจัดการลูกหนี้และสินค้าคงคลังที่ดี เราให้ราคาเป้าหมายปี 2556 ที่ 13.50 บาท (อ้างอิง PE ratio 12 เท่า) มี Upside อีก 11.6% และ Dividend yield ปี 2556 อีก 6.9% จึงแนะนำ “ซื้อ” ทั้งนี้ TMT ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2555 ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น (Dividend yield 6.6%) กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 1 มี.ค. 56