งานภาครัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนงานในมือให้เพิ่มขึ้น
ประเด็นจากการประชุม
โอกาสรับงานทั้งปีได้กว่า 1 แสนล้านบาท STEC คาดหมายโอกาสรับงานในปี 2556 สูงระดับ 1 แสนล้านบาท มาจากงานภาครัฐเป็นหลัก เช่น 1) งานอาคารรัฐสภามูลค่าโครงการ 1.2 หมื่นล้านบาท โดย STEC เป็น 1 ใน 4 ผู้รับเหมาที่เข้าร่วมประมูล คาดเปิดซองประมูลในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า 2) คาดหมายรับงานรถไฟฟ้าเช่น สายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่) มูลค่างาน 3.3 หมื่นล้านบาท และ สายสีชมพู มูลค่างาน 4.2 หมื่นล้านบาท 3) โครงการรถไฟรางคู่ ประกวดในปี 2556 รวม 7.5 หมื่นล้านบาท และ 4) โครงการ มอเตอร์เวย์ มูลค่างาน 6.1 หมื่นล้านบาท รวมถึงงานอื่นๆ จากภาคเอกชน เช่น งานก่อสร้างโรงไฟฟ้า SPP รวมถึงงาน Pluto Assembly มูลค่า 2.8 – 3 พันล้านบาท ที่มีโอกาสเซ็นสัญญาใน 1Q56 จากประวัติ Success Ratio จากการประมูลงานต่างๆราว 25-30% เราประเมินไว้เบื้องต้นทำได้ 5 – 6 หมื่นล้านบาท
ผลกระทบ
งานภาครัฐสนับสนุน Backlog เติบโตต่อเนื่อง เราคาดว่า STEC ยังคงได้รับโอกาสดีจากงานภาครัฐที่จะสนับสนุนงานในมือให้เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง จากงานในมือ Backlog ปัจจุบันที่ 6.หมื่นล้านบาท ซึ่งหลักๆ มาจากรถไฟฟ้าราว 50% ซึ่งมาจากรถไฟฟ้า 4 สี คือ สายสีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน และ สีม่วง และยังมีงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า และ งานอื่นๆ ทั้งนี้จากสัดส่วนงานปัจจุบันที่เป็นของภาครัฐ 80% และเป็นของภาคเอกชน 20% คาดว่าหลังมีการรับงานในปี 2556 จะทำให้สัดส่วนของงานในมือของภาครัฐจะเพิ่มขึ้น ซึ่งการรับงานต่อเนื่อง เราคาดว่างานในมือของSTEC จะมีอย่างน้อย 7 หมื่นล้านบาท
คำแนะนำ
คงคำแนะนำ “ซื้อ” เรามองศักยภาพการเติบโตของบริษัทยังคงทำได้ดีจากงานในมือที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผลประกอบการมีโอกาสขยายตัวจากกำไรสุทธิที่มีบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5 ปี (ปี 2553 – 2557) เฉลี่ย 35% สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 7 – 8% ต่อปี และมี ROE ที่ระดับ 19% ซึ่งสูงกว่าผู้รับเหมารายใหญ่ในกลุ่ม คงมูลค่าเหมาะสม 34.80 บาท (อ้างอิง PBV 6 เท่า) คาดบริษัทจ่ายปันผลสำหรับงวดปี 2555 อัตราหุ้นละ 60 สตางค์ ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 1.8%








