วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ้านปูควัก6พันล้านซื้อหุ้นคืนดีเดย์15มี.ค.

บ้านปูทุ่ม 6.1 พันล้านบาทซื้อหุ้นคืน ดีเดย์ 15 มี.ค.นี้ หวังเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ดันราคาหุ้นในกระดานพุ่ง 14 บาท

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติซื้อหุ้นคืนในวงเงิน 6.1 พันล้านบาท คิดเป็น 5% หรือจำนวนหุ้นประมาณ 13.56 ล้านหุ้น โดยกำหนดให้เป็นการซื้อคืนในตลาดระยะเวลาซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.-14 ก.ย. 2556

สาหตุที่ซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับส่วนของผู้ถือหุ้น(ROE) รวมถึงเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนจะไม่มีสิทธิในการรับเงินปันผล นอกจากนี้เป็นการส่งสัญญาณแก่ผู้ถือหุ้นถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ทั้งนี้กำหนดให้บริษัทขายหุ้นและการตัดหุ้นที่ซื้อคืนภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ซื้อคืนสำเร็จ

ด้านการเคลื่อนไหวราคาหุ้นบ้านปู เมื่อวานนี้ (21 ก.พ) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนภาพรวมตลาดหุ้น โดยปิดที่ราคา 392 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 14 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.7% มูลค่าการซื้อขาย 1.3 พันล้านบาท

เขายังได้กล่าวถึงผลประกอบการปี 55 ว่า จากราคาขายถ่านหินที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ (ซึ่งในปี 2554 มีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ 8,246 ล้านบาท) ส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2555 ลดลงเหลือ 9,293 ล้านบาทลดลง 54% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 20,059 ล้านบาท

เขากล่าวว่า ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของปีนี้อยู่ที่ 85.72 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 3 % จากปี 2554 เนื่องจาก ตลาดถ่านหินที่ถดถอย โดยราคาขายถ่านหินเฉลี่ยจากแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย อยู่ที่ 90.98 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 6 %จากปีก่อนหน้า ราคาขายเฉลี่ยของเหมืองถ่านหินในออสเตรเลียลดลงเล็กน้อยอยู่ที่72.86เหรียญออสเตรเลียต่อตัน
อย่างไรก็ตามในภาพรวมของของบริษัทฯ ยังมีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจไฟฟ้าที่สามารถสร้างฐานกำไรที่มั่นคงให้แก่ บริษัทฯ

"ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของปี 2555 ที่ปรับตัวลดลงนั้นเป็นไปตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลังปริมาณการผลิตถ่านหินเพิ่มมากเกินกว่าความต้องการ ทั้งนี้คาดว่าความต้องการใช้ถ่านหินในปีนี้จะยังคงเติบโต โดยเฉพาะจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะส่งผลให้ภาวะถ่านหินส่วนเกินกลับเข้าสู่สมดุลประมาณกลางปีนี้ และทำให้ราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น" นายชนินท์กล่าว

ในปีที่ผ่านมา บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวมจำนวน 117,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,933 ล้านบาท คิดเป็น 4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจถ่านหิน 110,807 ล้านบาท หรือ 95% ของรายได้จากการขายรวม ประกอบด้วยรายได้จากการขายถ่านหินจากแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย จำนวน 77,234 ล้านบาท จากแหล่งผลิตในออสเตรเลีย จำนวน 33,538 ล้านบาท

ส่วนรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและไอนํ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 แห่งในประเทศจีน มีจำนวน 5,679 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้รวม

เขากล่าวว่า รายได้จากการขายของปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เป็นผลจากปริมาณการผลิตและขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของแหล่งผลิตในประเทศอินโดนีเซียขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอนํ้าเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า
สำหรับปริมาณการขายถ่านหินรวมในปี 2555 มีจำนวน 41.57 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า

ในปีที่ผ่านมา บ้านปูฯ รับรู้ผลกำไรของบริษัทร่วม จำนวน 2,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ที่รับรู้ผลกำไร จำนวน 2,361 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% ส่วนธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีน มีส่วนแบ่งกำไร จำนวน 884 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47 เท่าจากปีก่อนหน้า

ด้านการเคลื่อนไหวราคาหุ้น BANPU เมื่อวานนี้(21 ก.พ) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนภาพรวมตลาดหุ้น โดยปิดที่ราคา 392 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 14 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.7% มูลค่าการซื้อขาย 1.3 พันล้านบาท