บ้านปูควัก6พันล้านซื้อหุ้นคืนดีเดย์15มี.ค.

บ้านปูควัก6พันล้านซื้อหุ้นคืนดีเดย์15มี.ค.

บ้านปูทุ่ม 6.1 พันล้านบาทซื้อหุ้นคืน ดีเดย์ 15 มี.ค.นี้ หวังเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ดันราคาหุ้นในกระดานพุ่ง 14 บาท

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติซื้อหุ้นคืนในวงเงิน 6.1 พันล้านบาท คิดเป็น 5% หรือจำนวนหุ้นประมาณ 13.56 ล้านหุ้น โดยกำหนดให้เป็นการซื้อคืนในตลาดระยะเวลาซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.-14 ก.ย. 2556

สาหตุที่ซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับส่วนของผู้ถือหุ้น(ROE) รวมถึงเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลสูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนจะไม่มีสิทธิในการรับเงินปันผล นอกจากนี้เป็นการส่งสัญญาณแก่ผู้ถือหุ้นถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ทั้งนี้กำหนดให้บริษัทขายหุ้นและการตัดหุ้นที่ซื้อคืนภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ซื้อคืนสำเร็จ

ด้านการเคลื่อนไหวราคาหุ้นบ้านปู เมื่อวานนี้ (21 ก.พ) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนภาพรวมตลาดหุ้น โดยปิดที่ราคา 392 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 14 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.7% มูลค่าการซื้อขาย 1.3 พันล้านบาท

เขายังได้กล่าวถึงผลประกอบการปี 55 ว่า จากราคาขายถ่านหินที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ (ซึ่งในปี 2554 มีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ 8,246 ล้านบาท) ส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2555 ลดลงเหลือ 9,293 ล้านบาทลดลง 54% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 20,059 ล้านบาท

เขากล่าวว่า ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของปีนี้อยู่ที่ 85.72 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 3 % จากปี 2554 เนื่องจาก ตลาดถ่านหินที่ถดถอย โดยราคาขายถ่านหินเฉลี่ยจากแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย อยู่ที่ 90.98 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 6 %จากปีก่อนหน้า ราคาขายเฉลี่ยของเหมืองถ่านหินในออสเตรเลียลดลงเล็กน้อยอยู่ที่72.86เหรียญออสเตรเลียต่อตัน
อย่างไรก็ตามในภาพรวมของของบริษัทฯ ยังมีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจไฟฟ้าที่สามารถสร้างฐานกำไรที่มั่นคงให้แก่ บริษัทฯ

"ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของปี 2555 ที่ปรับตัวลดลงนั้นเป็นไปตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หลังปริมาณการผลิตถ่านหินเพิ่มมากเกินกว่าความต้องการ ทั้งนี้คาดว่าความต้องการใช้ถ่านหินในปีนี้จะยังคงเติบโต โดยเฉพาะจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะส่งผลให้ภาวะถ่านหินส่วนเกินกลับเข้าสู่สมดุลประมาณกลางปีนี้ และทำให้ราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น" นายชนินท์กล่าว

ในปีที่ผ่านมา บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวมจำนวน 117,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,933 ล้านบาท คิดเป็น 4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจถ่านหิน 110,807 ล้านบาท หรือ 95% ของรายได้จากการขายรวม ประกอบด้วยรายได้จากการขายถ่านหินจากแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย จำนวน 77,234 ล้านบาท จากแหล่งผลิตในออสเตรเลีย จำนวน 33,538 ล้านบาท

ส่วนรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและไอนํ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 แห่งในประเทศจีน มีจำนวน 5,679 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้รวม

เขากล่าวว่า รายได้จากการขายของปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เป็นผลจากปริมาณการผลิตและขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของแหล่งผลิตในประเทศอินโดนีเซียขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอนํ้าเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า
สำหรับปริมาณการขายถ่านหินรวมในปี 2555 มีจำนวน 41.57 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า

ในปีที่ผ่านมา บ้านปูฯ รับรู้ผลกำไรของบริษัทร่วม จำนวน 2,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ที่รับรู้ผลกำไร จำนวน 2,361 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% ส่วนธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีน มีส่วนแบ่งกำไร จำนวน 884 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47 เท่าจากปีก่อนหน้า

ด้านการเคลื่อนไหวราคาหุ้น BANPU เมื่อวานนี้(21 ก.พ) ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนภาพรวมตลาดหุ้น โดยปิดที่ราคา 392 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 14 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.7% มูลค่าการซื้อขาย 1.3 พันล้านบาท