วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังชี้อสังหาฯไม่เกิดฟองสบู่แม้ดอกเบี้ยต่ำ

"กิตติรัตน์"ชี้ธุรกิจอสังหาฯไม่อยู่ในภาวะฟองสบู่ แม้รัฐบาลจะผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ปริมาณก่อสร้าง-ความต้องการซื้อสอดคล้อง

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในหัวข้อ โดยเขากล่าวว่า ยังไม่เห็นสัญญาณการเกิดฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยปริมาณการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ถือว่า สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ ขณะที่ การระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มสถาบันการเงิน ก็จะเป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงในประเด็นดังกล่าว

"ภาวะฟองสบู่จะเกิดจากปริมาณทรัพย์สินที่มีจำนวนจำกัด ขณะที่ ความต้องการมีมากเกินไป และมาจากสภาพคล่องที่สูง แต่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เห็นปริมาณการก่อสร้างหรือปริมาณการซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต่อเนื่องมาในทศวรรษที่ผ่านมา ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวใหญ่มาเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยมีมากขึ้น"นายกิตติรัตน์กล่าว

นายกิตติรัตน์กล่าวตอบข้อถามที่ว่า หากนโยบายการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมา จะกระตุ้นให้เกิดความต้องการสินเชื่อ และ นำไปสู่ภาวะฟองสบู่ของธุรกิจหรือไม่ เขากล่าวว่า ในอดีตอาจมีการโยงว่า ดอกเบี้ยต่ำและปริมาณเงินมากเป็นเหตุให้เกิดภาวะฟองสบู่ แต่ถ้าสังเกตจะพบว่า อัตราดอกเบี้ยสูง ก็สามารถเป็นสาเหตุของสบู่ได้เช่นกัน เพราะจะเกิดการดึงเงินทุนจากนอกระบบเศรษฐกิจเข้ามา ทำให้ปริมาณเงินในประเทศสูงขึ้น ฉะนั้น หลักคิดในเรื่องนี้ คือ ส่วนสำคัญไม่ได้อยู่ที่ดอกเบี้ย แต่อยู่ที่ปริมาณเงินที่ต้องในระดับที่เหมาะสม

"ที่สำคัญ คือ การติดตามปริมาณเงินที่จะเข้ามา ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเขาก็มีมาตรการในการดูแลและช่วยผลักดันให้เงินทุนไหลออกอย่างคล่องตัว ก็ถือเป็นมาตรการที่ถูกต้อง ทำให้ปริมาณเงินในระบบไม่เพิ่มขึ้น ถ้าปริมาณเงินพอดี เงินก็อาจไหลออกก็ได้"นายกิตติรัตน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในแง่มาตรการในการดูแลเงินทุนไหลเข้าควรจะมีมาตรการด้านดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เขากล่าวว่า ได้พูดไปหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งเห็นว่า การดำเนินนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีมาตรการหลายด้านประกอบกัน รัฐบาลเองก็ได้เตรียมมาตรการในการดูแล เช่น การชำระหนี้ต่างประเทศก่อนกำหนด ส่วนนโยบายการเงินนั้น ก็ต้องช่วยกัน และย้ำว่า ทุกมาตรการมีทั้งข้อดีและเสีย
“การอนุญาตให้การลงทุนต่างประเทศที่มีกรอบกว้างและคล่องตัว หรือ อนุญาตให้ผู้ส่งออกนำเงินตราต่างประเทศฝากไว้โดยไม่ต้องแลกบาทในเวลาทันที่ คิดว่า เป็นนโยบายที่แบงก์ชาติทำถูก เพราะทำให้ปริมาณเงินไม่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ถ้าปริมาณเงินมากเกินพอดี ก็จะสามารถไหลออกได้ด้วย หลายท่านอาจไม่คุ้นเคย เพราะเคยสบายใจกับเงินไหลเข้าและไม่สบายใจกับเงินไหลออก แต่ย้ำว่า การไหลเข้าออกไม่สำคัญ สำคัญที่ปริมาณเงินพอดีหรือเปล่า ขณะนี้ มีข้อเป็นห่วงปริมาณเงินมากไป การเปิดทางให้เงินออกได้บ้างและชะลอการไหลเข้าด้วย ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสมและความกังวลเรื่องฟองสบู่หายไป”เขากล่าว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า นับจากนี้เศรษฐกิจไทยจะมีการเติบโตตามศักยภาพ และ หมดยุคที่จะเติบโตช้าในระดับ 2-3% โดยนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการอยู่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวได้ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งในอีกไม่กี่สัปดาห์รัฐบาลจะมีการอนุมัติโครงการลงทุนดังกล่าว