ยังมองเป้าระยะสัปดาห์ที่ 1,550 จุด แต่ตลาดมีแรงกดดันสูงแนะนำ อ่อนตัวซื้อ เท่านั้น
SET View
แนวโน้ม SET วันนี้ แม้ว่าในสัปดาห์นี้จะมีปัจจัยหนุนจากการประกาศตัวเลข GDP Growth ในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ของประเทศในอาเซียนที่จะออกมาดีขึ้น – ไทย (จันทร์) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15.4% YoY จาก 3.0% ในไตรมาสก่อนหน้า – มาเลเซีย (พุธ) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.5% YoY จาก 5.2% ในไตรมาสก่อนหน้าขึ้น – สิงคโปร์ (ศุกร์) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.2% YoY จาก 1.8% ในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ดีเรายังคงยืนยันคำแนะนำไม่ให้ไล่ซื้อในช่วงที่ SET ปรับตัวขึ้น และยังคงคาดหวังการพักตัวลงมาระหว่างวัน แม้ว่าเราจะประเมินเป้าหมายการแกว่งตัวขึ้นของ SET ในระยะ 1-2 สัปดาห์ไว้ที่ 1,550 จุด แต่เรายังคงเน้นให้มีวินัยกับจุดตัดสินใจ หรือ Stop Loss ที่ 1,500 (+/-5) จุดด้วย เนื่องจากประเมินว่าจะมีปัจจัยกดดันจากแรงขายของต่างชาติเข้ามาจนกว่าจะผ่านการประชุม กนง. วันที่ 20 ก.พ.2556
เราเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของ Fund Flow ในตลาดหุ้นโลกมากขึ้นแล้ว หลังจากที่ผลสำรวจจาก Merrill Lynch ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุด 13 ก.พ.2556) พบว่ามีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นโลกอีก 1.8 พันล้านดอลลาร์ แต่ลดลงเริ่มชัดเจนจาก 6.6 และ 18.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้า เช่นเดียวกับตลาดหุ้น Emerging Market (EM) ที่แม้จะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอีกราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ลดลงจาก 3.6 และ 3.7 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่มีกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐอีกราว 3.6 พันล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องจาก 160 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุด (AAII) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าสัดส่วนนักลงทุนที่มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเป็นขาขึ้นลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกันอีก 0.5% WoW สู่ระดับ 42.3%
กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,500 (+/-5) จุด แนะนำ “ถือ” หรือ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” โดยมีเป้าหมายระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ 1,550 จุด ในหุ้น SPALI, AP, RML, PS, LALIN, PRIN, SC, STEC, CNT, TTCL, ROJNA, AI และ MFEC (ต่ำกว่า 1,480 (+/-5) จุด “ขาย” ทั้งหมด)








