วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัวหลวงปล่อยกู้ตระกูลมาลีนนท์ผลิตโรงไฟฟ้า

แบงก์กรุงเทพเดินหน้าปล่อยสินเชื่อโครงการต่อเนื่อง ล่าสุดปล่อยกู้ 5.4 พันล้านบาทให้ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ ผลิตโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อจำนวน 5,400 ล้านบาทให้กับบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (tse) เพื่อผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 80 เมกะวัตต์วานนี้ โดยสินเชื่อโครงการ (project financing) ที่ธนาคารมีการลงนามไปในปีนี้หลายโครงการเป็นผลมาจากโครงการที่ธนาคารได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วเริ่มเห็นผล

ทางด้านนางสาวแคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และคณะผู้บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (TSE) ผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ กล่าวว่า วงเงินกู้ระยะยาวที่ได้รับจาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวน 5,400 ล้านบาท นั้นจะนำไปใช้ในการลงทุนในโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชนิด pv (photovoltaic) “โฟโต้โวเทอิค” ซึ่งเป็นการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง โดยตั้ง บริษัท สยาม โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ 1 จำกัด (sse 1) จำนวน 10 โครงการ ด้วยกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 80 เมกะวัตต์ มีมูลค่าลงทุนรวมกว่า 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

สำหรับการลงทุนจะแบ่งเป็น 2 เฟส เฟสละ 40 เมกะวัตต์ อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และ จังหวัดกาญจนบุรี เฟสที่ 1 มี 5 โครงการ กำลังการผลิตโครงการละ 8 เมกะวัตต์ ในส่วนของผู้รับเหมามีทั้งหมด 2 รายด้วยกัน ได้แก่ บริษัท คอนเนอร์ยี (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท ซันเอดิสัน เอ็นเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าจะสามารถเริ่มจ่ายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือน มีนาคม 2556 เป็นต้นไป ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างในเฟสแรก 5 โครงการนี้ใกล้แล้วเสร็จ ส่วนเฟสที่ 2 มี 5 โครงการ กำลังการผลิตโครงการละ 8 เมกะวัตต์รวม 40 เมกะวัตต์ กำลังเริ่มดำเนินการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2556

นางสาวประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,365 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินกู้ 5,400 ล้านบาทแล้วจะรองรับการลงทุนใน 10 โครงการดังกล่าวได้

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่เหลือของปีบริษัทมีแผนที่จะขอใบอนุญาตผลิตไฟรายเล็กมาก (vspp) อีกกว่า 100 เมกะวัตต์ หากทางการเปิดให้มีการประมูลใบอนุญาตในปีนี้ โดยเม็ดเงินที่จะลงทุนเพิ่มนั้นคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 7-8 พันล้านบาท อาจจะมาจากเงินกู้ การเพิ่มทุน การนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต โดยอยู่ระหว่างการหาที่ปรึกษาทางการเงินและคาดว่าจะสามารถสรุปได้ในกลางปีนี้ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (d/e ratio) อยู่ที่ 3 ต่อ 1 เท่า หลังจากการกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งผู้ถือหุ้นของบริษัทมาจากกลุ่มตระกูลมาลีนนท์ทั้ง 100%

อย่างไรก็ตามโครงการลงทุนทั้ง 10 โครงการคาดว่าจะใช้เวลาคุ้มทุนประมาณ 4-5 ปี จากใบอนุญาตโรงไฟฟ้าที่มีระยะเวลา 25 ปี และในขณะนี้บริษัทมีที่ดินสำหรับใช้ในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้อีก 500-600 ไร่ที่กาญจนบุรี ซึ่งจะเป็นทำเลที่รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะสามารถเชื่อมต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกทวายของพม่าได้ด้วย