จับตาราคาที่ดินปรับขึ้น400% หวั่นฟองสบู่

จับตาราคาที่ดินปรับขึ้น400% หวั่นฟองสบู่

นายกสมาคมอาคารชุด หวั่นเงินทุนไหลเข้า-หุ้นบูม หันเก็งกำไรราคาที่ดิน เกิดภาวะฟองสบู่ซ้ำรอยปี 2532 หลังราคาที่ดินปรับขึ้นแรงมากรอบ1ปีที่ผ่านมา

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณการเกิดปัญหาฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่ากระแสตอบรับของคอนโดมิเนียมจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่จะเกิดภาวะเช่นนั้นได้ จะต้องเป็นการซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อคอนโดฯ เพื่อการอยู่อาศัยมากกว่า ซื้อเพื่อการลงทุนอย่างในอดีต รวมทั้งผู้ประกอบการและสถาบันการเงินต่างมีบทเรียนจากวิกฤติปี2540 ทำให้มีความระมัดระวังในการขยายโครงการ และการกู้เงินมาลงทุน ขณะที่สถาบันการเงินเอง ก็มีความเข้มงวดในการปล่อยกู้

"เราคิดว่าคงไม่มีนำเงินมาซื้อคอนโดเพื่อการเก็งกำไร เพราะรู้ว่าซื้อมาก็ขายต่อได้ยาก เพราะมีการเปิดโครงการใหม่ตลอดเวลา จึงไม่จำเป็นต้องไปซื้อคอนโดมือ 2 หรือมือ 3 ซึ่งเราจะไม่เห็นภาพการขายหมดได้เร็วภายใน 2-3 ชั่วโมงเหมือนในอดีต"

แต่ทั้งนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงและควรเฝ้าระวัง จากเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามามาก อาจจะมีผลต่อการนำเงินมาลงทุนซื้อที่ดินขายต่อ เพื่อทำกำไร ที่อาจนำมาสู่การเกิดภาวะฟองสบู่ได้ เช่นเดียวกับเมื่องครั้งปี 2532 ที่นักลงทุนต่างชาติได้เข้ามาเก็งกำไรราคาที่ดิน ทำให้ราคาที่ดินทั้งประเทศในตอนนั้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้ ก็เริ่มเห็นสัญญาณจากราคาที่ดินได้ขยับสูงขึ้นมากในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โดยเฉพาะทำเลแนวรถไฟฟ้า เมื่อเทียบกับช่วง 4-5 ปีก่อน ราคาปรับขึ้นมาถึง 100% หรือ 3 เท่าตัวในทำเลยอดนิยม ปรับขึ้นมาถึง 200-300% ขณะที่ทำเลช่วงพระโขนงไปถึงช่วงต้นถนนบางนา พบว่าราคาปรับขึ้นมาจากตารางวาละ 1 แสนบาทเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 3-4 แสนบาทต่อตารางวา หรือปรับขึ้นมา 300-400% ส่วนในทำเลที่สามารถซื้อมาพัฒนาโครงการแนวราบได้ จากราคาไร่ละ 3-4 ล้านบาท เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 6-7 ล้านบาท

"ตั้งแต่ปีที่แล้ว จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือราคาที่ดินมีการเคลื่อนไหวอย่างสูงและรวดเร็วมาก ปีนี้ยังคงน่าจับตามองและระมัดระวัง เงินทุนที่ไหลเข้ามา และตลาดหุ้นบูมมาก เป็นการสร้างโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรวยจากตลาดหุ้น นำเงินมาซื้อที่ดินทำกำไร โดยการปั่นราคาที่ดินขึ้นไปสูง ต้องระวัง เพราะในอดีตเคยเกิดฟองสบู่รูปแบบนี้มาแล้ว การที่มาในรูปแบบนี้จะไม่ค่อยรู้ตัว แต่ในเชิงที่อยู่อาศัยไม่มีสัญญาณทำให้เกิดฟองสบู่"

ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาซื้อขายที่ดินในย่านเศรษฐกิจแทบทุกภูมิภาคปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ริมถนนใหญ่ย่านสุขุมวิทตอนต้นทั้งหมด ที่มีการปรับราคาขายสูงถึงหลักล้านบาทต่อตารางวา เช่นเดียวกับที่ดินย่านปริมณฑลตามแนวรถไฟฟ้าที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ทำเลในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาซื้อขายปรับขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น อุดรธานี อุบลราชธานี มุกดาหาร อย่างมุกดาหาร จากราคาซื้อขายไร่ละ 5-9 ล้านบาทในช่วง 1 ปีผ่านมา ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ไร่ละ10-12 ล้านบาท

" ราคาที่ดินแถบอีสานปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากการเข้าไปลงทุนศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง กลุ่มเซ็นทรัล ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีเงินสดอยู่ในมือกว้านซื้อตาม หวังขายต่อทำกำไร อีกทั้งกลุ่มอสังหาฯ ส่วนกลางเริ่มเข้าไปลงทุนมากขึ้น ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เป็นสัญญาณที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ในช่วงระยะแรกนี้อาจไม่อันตรายนัก แต่หากราคายังขึ้นอย่างไม่หยุดในอัตราเร่งแบบเดิมก็ควรต้องหาทางชะลอความร้อนแรงลงบ้าง"