ยูเอส แอร์เวย์ส กับอเมริกัน แอร์ไลน์ส บรรลุข้อตกลงควบรวมกิจการมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์
นายดั๊ก พาร์คเกอร์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของยูเอส แอร์เวย์ส ประกาศความสำเร็จในการควบรวมกิจการกับอเมริกัน แอร์ไลน์ส หลังจากใช้ความพยายามมาหลายปี และนับจากนี้ เขากำลังจะกลายเป็นซีอีโอคนใหม่ของอเมริกัน แอร์ไลน์ ภายใต้รูปโฉมใหม่เช่นกัน
อเมริกัน แอร์ไลน์ส ภายใต้การควบรวมกิจการ จำเป็นต้องมีเครื่องบินใหม่มาเพิ่ม และปรับโฉมใหม่ให้สดใสกว่าเดิมด้วย และที่สำคัญคือจะต้องเอาชนะใจนักเดินทางระดับนักธุรกิจ ที่หันไปใช้บริการของคู่แข่งก่อนหน้านี้ การควบรวมกิจการของสองยักษ์ใหญ่ด้านการบินอยู่ภายใต้ข้อตกลงมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดตั้งสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเที่ยวบินวันละ 6,700 เที่ยว และมีรายได้ต่อปีราว 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดความแข็งแกร่งด้านการเงิน
มีรายงานด้วยว่า หลังการควบรวมกิจการแล้ว กลุ่มเจ้าหนี้ กลุ่มสหภาพ และพนักงานของบริษัท เอเอ็มอาร์ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของอเมริกัน แอร์ไลน์ส จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ นับเป็นทางเลือกที่ช่วยพยุงกิจการของเอเอ็มอาร์ คอร์ป ให้อยู่รอดต่อไปได้ หลังจากเมื่อปี 2554 ต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลาย ตามมาตรา 11 ของสหรัฐ เนื่องจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงลดต้นทุนแรงงานกับนักบินได้ ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อเมริกัน แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินเดียวของสหรัฐที่ยังคงต้องจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญให้พนักงาน
เมื่อข้อตกลงควบรวมกิจการเสร็จสิ้นในปีนี้ ก็จะทำให้เหลือสายการบินยักษ์ใหญ่เพียง 4 แห่ง ได้แก่ อเมริกัน แอร์ไลน์ส ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เดลต้า แอร์ไลน์ส และเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลิตผลของการควบรวมกิจการด้วยกันทั้่งสิ้น
เอเอ็มอาร์ คอร์ป ได้ตัดลดค่าใช้จ่ายและหนี้สินนับตั้งแต่ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลายเมื่้อปี 2554 นักบินของยูเอส แอร์เวย์ส และอเมริกัน แอร์ไลน์ส ต่างเห็นชอบในขั้นตอนที่จะทำให้พวกเขาอยู่ภายใต้สัญญาการจ้างงานฉบับเดียวกัน นอกจากนี้ ยังต้องมีการปรับระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานร่วมกัน ที่รวมถึงการรับจองเที่ยวบินและอื่น ๆ
บรรดาผู้นำสหภาพแรงงาน บอกว่า พนักงานจะมีความมั่นคงในการทำงานกันมากขึ้น เนื่องจากสายการบินมีขนาดใหญ่ขึ้น การสนับสนุนการควบกิจการของสหภาพมีความสำคัญ เนื่องจากมีที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการเจ้าหนี้ของเอเอ็มอาร์ ถึง 3 ใน 9 หลังการควบรวมกิจการจะทำให้บริษัทใหม่มีสมาชิกคณะกรรมการทั้งหมด 12 คน โดย 4 คนมาจากยูเอส แอร์เวย์ส รวมทั้งนายพาร์เกอร์ ซีอีโอ ของยูเอส แอร์เวย์ส ส่วนอเมริกัน แอร์ไลน์ส จะมีสมาชิก 3 คน รวมทั้งนายทอม ฮอร์ตัน ประธานบริหาร และ 5 คน มาจากการแต่งตั้งโดยเจ้าหนี้ของอเมริกัน แอร์ไลน์ส








