วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ชี้ผลขาดทุนไม่กระทบการดำเนินงาน

ธปท.ย้ำผลขาดทุนไม่กระทบการดำเนินงาน ตราบเท่าที่ยังดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจได้ดี ระบุไม่จำเป็นต้องรบกวนงบประมาณรัฐ

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การขาดทุนของธปท.นั้น จะไม่กระทบต่อการทำหน้าที่และความน่าเชื่อถือของธปท. ตราบใดที่ ธปท. ยังสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไว้ได้ และในสถานการณ์ปัจจุบัน ธปท.ยังไม่มีความจำเป็นต้องรบกวนเงินงบประมาณของรัฐบาล หรือเงินภาษีของประชาชน เพื่อมาชดเชยส่วนที่ขาดทุนของธปท.

"สถานการณ์ยังไม่เป็นแบบนั้น เราคงไม่รบกวนงบประมาณ ไม่รบกวนภาษีของประชาชน เพราะมันไม่ถึงขั้นนั้น ซึ่งถ้าถึงขนาดต้องรบกวนเงินงบประมาณ นั่นต้องหมายถึงมีความเสียหายเกิดขึ้น หรือคนมองว่าแบงก์ชาติทำงานไม่ได้แล้ว แต่เวลานี้เวลาที่แบงก์ชาติออกประมูลพันธบัตร ก็ยังมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก" นายประสารกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ นักลงทุนต่างชาติก็ไม่เคยมีคำถามลักษณะดังกล่าวมายังธปท. และถ้าดูผลการขาดทุนของธนาคารกลางประเทศอื่น จะเห็นว่าหลายประเทศมีผลขาดทุนในลักษณะเดียวกับ ธปท. ไม่ว่าจะเป็น ชิลี เปรู สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือ มาเลเซีย เป็นต้น และในจำนวนนี้ก็มีบางแห่งที่งบดุลติดลบ แต่ยังสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี นั่นเพราะเขาทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ดี นักลงทุนจึงมีความมั่นใจ

สำหรับงบดุลของ ธปท.นั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างรอลงราชกิจจานุเบกษาจึงไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มากนัก แต่ยอมรับว่าในปี 2555 มีผลขาดทุนรวมประมาณ 5.3 แสนล้านบาท แต่นั่นเป็นผลขาดทุนในบัญชีการธนาคารเพียงบัญชีเดียว ซึ่งถ้านำงบดุลดังกล่าวรวมกับบัญชีเงินตราซึ่งในปีดังกล่าวมีผลกำไรรวมกว่า 8 แสนล้านบาท เท่ากับว่างบดุลโดยรวมของธปท.ยังมีกำไร ไม่ได้ติดลบ

ผู้ว่าการธปท. กล่าวอีกว่า ในส่วนของผลขาดทุนที่เกิดจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยรับกับดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งปัจจุบันเฉลี่ยที่ 2% นั้น แม้ขณะนี้จะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเป็นห่วง แต่ถ้าดูในแง่ของรายรับ จะเห็นว่า ธปท. เองก็มีรายได้จากการออกใช้ธนบัตร ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีธนบัตรออกใช้ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 8% ดังนั้นแล้วในระยะต่อไป ผลขาดทุนที่เคยติดลบก็มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นได้เช่นกัน