สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ประเมินอุตสาหกรรมหนังสือปีนี้กลับมาฟื้นตัวโต 7% ในรอบ4 ปี ชงแผนดันกรุงเทพฯศูนย์กลางซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสืออาเซียน
นายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 ปี นับจากปี 2553 อุตสาหกรรมหนังสือมีอัตราการเติบโตต่ำราว 3-4% เท่านั้น แต่แนวโน้มปีนี้คาดว่าจะสูงราว 7% มีมูลค่า 24,200 ล้านบาท เนื่องจากได้ปัจจัยสนับสนุนการอ่านจาก “กรุงเทพฯเมืองหนังสือโลก” ที่จะเริ่มโครงการในวันที่ 23 เม.ย.56- 24 เม.ย.57 มากระตุ้นความตื่นตัวทั้งกลุ่มผู้ผลิต คือ สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย ร้านหนังสือ รวมทั้งการจัดสรรงบของภาครัฐในการสั่งซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดมากขึ้น
นอกจากนี้ มีโอกาสขยายฐานต่างจังหวัดที่ยังมีอัตราการใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสืออยู่ราว 60% ให้เพิ่มขึ้น ด้วยการขยายพื้นที่การจัดงานบุ๊คแฟร์ให้ครบทั้ง 4 ภาค เพื่อรองรับกำลังซื้อต่างจังหวัดเพิ่มเติม
ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเป็นอีกโอกาสในการนำคอนเทนท์หนังสือไทยไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน เพื่อขยายอุตสาหกรรมหนังสือในภูมิภาคนี้ โดยสมาคมฯ กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมแผนจัดงานเทรดแฟร์สำหรับสำนักพิมพ์ในขายลิขสิทธิ์หนังสือ เพื่อสนับสนุนให้หนังสือไทยออกสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก โดยวางเป้าหมายผลักดันให้ “กรุงเทพฯ ก้าวสู่ศูนย์กลางการขายลิขสิทธิ์ในภูมิภาคอาเซียน” เนื่องจากมีภูมิศาสตร์เป็นศูนย์กลาง และมีความหลากหลายของลิขสิทธิ์หนังสือออกใหม่กว่า 15,000 ปก/ปี
ด้านนายถนัด ไทยปิ่นณรงค์ กรรมการ PUBAT กล่าวว่า ปัจจัยลบปีนี้คือภาวะต้นทุนจากค่าแรง 300 บาทต่อวัน ขณะที่ร้านเชนสโตร์ในศูนย์การค้ายังต้องเผชิญกับการปรับราคาค่าเช่าทุกปี แต่ไม่สามารถปรับราคาหน้าปกหนังสือได้ เพราะจะกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภค ปัจจุบันร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นปีละกว่า 10% ทำให้ต้องปรับตัวด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนแรงงาน และโฟกัสการออกหนังสือใหม่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายผู้อ่าน รวมทั้งใช้ระบบ print on demand มาใช้ในกระบวนการออกหนังสือใหม่ เพื่อลดสต็อกหนังสือคืนในระบบที่อยู่ในอัตรา 30% จากปกติไม่ควรเกิน 25%






