เคเอฟซีมีแผนลงทุนใหญ่ในอินเดีย ตั้งเป้ายอดขาย 1 พันล้านดอลลาร์ 1,000 สาขา ในปี"58
นิเรน ชวดฮารี ประธานบริษัทยัม อินเดีย เจ้าของแบรนด์เคเอฟซี, พิซซ่าฮัท และทาโก้ เบลล์ กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นคลื่นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียระลอกใหม่ที่ ขับเคลื่อนโดยคุณลักษณะประชากรที่โดดเด่นของอินเดีย
ภายในปี 2573 อินเดียจะเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐอเมริกาและจีน คนหนุ่มสาวของอินเดียมีอายุเฉลี่ยที่ 28 ปี เป็นกลุ่มตลาดที่น่าสนใจ ดังนั้น ผลตอบแทนที่ได้จากประชากรอินเดียจึงมีอย่างแน่นอน
บริษัทยัม เข้ามาในอินเดียตั้งแต่ปี 2533 และเพิ่มสาขาในเมืองใหญ่อย่างเดลี บังกาลอร์ และมุมไบ รายงานทางการเงินปีนี้ ระบุว่า สิ้นปี 2555 บริษัทเปิดร้านเคเอฟซีและพิซซ่าฮัทส์ 593 สาขาในอินเดีย ยอดขายรวมของบริษัทยัมและแฟรนไชส์ในอินเดียเติบโต 29% จากปีก่อน ยอดขายจากร้านเก่าที่เปิดบริการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เติบโต 5%
ประธานบริษัทยัม อินเดีย กล่าวว่า บริษัทจะลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ในสามถึงสี่ปีข้างหน้า รวมทั้งการเปิดร้านใหม่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองบาโรดาในรัฐคุชราต ซึ่งเป็นเมืองที่เริ่มเติบโต โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาในเมืองใหม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
มีการคาดกันว่า อุตสาหกรรมร้านอาหารในอินเดีย จะเติบโตจากประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2555 เป็น 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2558 ปัจจุบันชาวอินเดียเกือบสองในสามรับประทานอาหารนอกบ้านสัปดาห์ละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
นอกเหนือจากร้านอาหารเจ้าเก่า อย่าง แมคโดนัลด์ และเคเอฟซีแล้ว ยังมีร้านอาหารใหม่ ๆ เข้ามาเปิดในตลาดอินเดียอีกมาก เช่น ดังกิ้นโดนัท และสตาร์บัคส์ ที่เพิ่งเปิดร้านในเดลีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การทำธุรกิจร้านอาหารในอินเดียยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจาก 70% ของตลาดมักเป็นร้านค้าเล็ก ๆ ของครอบครัวมากกว่าร้านอาหารในระบบเครือข่าย แต่อุปสรรคสำคัญที่ร้านอาหารในอินเดียต้องเจอ คือ กฎระเบียบที่เข้มงวด ต้องต่อใบอนุญาตร้านอาหารอย่างสม่ำเสมอ และการจัดหาส่วนประกอบอาหารสดให้ได้อย่างรวดเร็วบนถนนที่ขรุขระของอินเดียถือเป็นเรื่องยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทยัม มีแผนจะเปิดร้านอาหารเม็กซิกัน ทาโก้เบลล์ ในอินเดีย โดยบริษัทกำลังทดลองเมนูใหม่ที่ผสมผสานอาหารอินเดียและเม็กซิกันเข้าด้วยกัน ซึ่งคาดว่าร้านทาโก้เบลล์น่าจะไปได้สวยในอินเดีย









