'เอสซี แอสเสท' ตั้งเป้ารายได้ปีนี้1หมื่นล้าน

'เอสซี แอสเสท' ตั้งเป้ารายได้ปีนี้1หมื่นล้าน

"ณัฐพงศ์"เผยแผนลงทุนเอสซี แอสเสทปี 2556 ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท เป้าขายอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ รองซีอีโอ เอสซี แอสเสท ให้สัมภาษณ์"กรุงเทพธุรกิจทีวี" เรื่อง"แผนลงทุนเอสซี แอสเสท ปี 2556" หลังจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เฟื่องฟูในปีนี้

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่าเอสซี แอสเสทมีการเติบโตมาโดยตลอด เน้นภาพการเติบโตในระยะยาว ครบรอบ 10 ปีในปีนี้ ก็มีการตั้งเป้าหมายอย่างที่ทราบคือ เป้ารายได้อยู่ที่ 1 หมื่นล้าน เป้าขายอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้าน และมองกันว่าใน 3 ปีนี้ จะมีการเติบโตมากกว่า 15% ต่อปีใน 3 ปีนี้ แล้วก็เชื่อว่ารายได้จะไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านอีกแล้ว อย่างน้อยๆใน 3 ปีนี้จะมีการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ในปีนี้ เอสซี แอสเสท เตรียมเปิดทั้งหมด 13 โครงการ มูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้าน โดยจริงๆ แล้วรายได้หมื่นล้าน ประกอบไปด้วย 90:10โดย 90% คือพร็อพเพอร์ตี้เพื่อขาย ส่วนอีก 10% จะเป็นพร็อพเพอร์ตี้เพื่อเช่า ทีนี้เมื่อมองย่อยลงมาใน 90% ประกอบไปด้วยอะไร เน้นการเติบโตในระยะยาว ฉะนั้นจะเน้นไปที่พร็อพเพอร์ตี้แนวราบเป็นหลัก ใน 90% แบ่งเป็น 70:30 คือ 70% เป็นเรื่องของโครงการแนวราบ คือ บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม ในขณะที่อีก 30% จะเป็นเรื่องของโครงการแนวสูง โดยจริงๆ เราเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงของโปรเจคที่เปิด และในเชิงของแบ็คล็อก อย่างปีที่ผ่านมา มีแบ็คล็อกยู่ที่ประมาณ 7 พันกว่าล้าน และในปีนี้ เชื่อว่าน่าจะจบแบ็คล็อกอยู่ที่หมื่นล้าน ซึ่งแปลว่า ทุกๆ ปีเราจะมีแบ็คล็อกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นรายได้ที่ซีเคียว เพื่อรองรับการเติบโตต่อไปในอนาคต

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า เตรียมรับมือการรุกต่างจังหวัดเป็นโอกาสในอนาคตที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเออีซีหรือเป็นเรื่องของตลาดที่โตขึ้น เพราะฉะนั้นในปีนี้ขยายฐานตลาดไปยังต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยเริ่มที่หัวเมืองท่องเที่ยวก่อน ถ้าดูจากพอร์ตที่เปิดทั้งหมดในปีนี้ ประมาณ 85% จะเป็นเรื่องของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในขณะที่อีก 15% จะเป็นเรื่องของหัวเมืองท่องเที่ยว ซึ่งมองการเปิดตัวที่พัทยา ที่หัวหิน ในปีนี้ ซึ่งจะเป็นคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยว

"เราไม่ได้มองเป็นเชิงรายได้ มองเป็นเชิงการเปิดตัว เพราะว่ารายได้ของบ้านก็จะค่อยๆ รับรู้ไป เพราะว่าเอสซี แอสเสทเราเน้นการสร้างบ้านเสร็จก่อนขาย ในส่วนของคอนโดเราเปิดตัวไป แล้วอีกประมาณ 1-2 ปี ถึงจะรับรู้เป็นรายได้เข้ามา"นายณัฐพงศ์ กล่าว

นายณัฐพงศ์ กล่าวอีกว่าการแข่งขันเอสซี แอสเสทเองถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำที่ครองตลาดในเรื่องของโปรดักท์ที่พรีเมียมในทุกๆ เซ็กเมนท์ โดยที่จริงๆ มองเป็นเซ็กเมนท์มีททูไฮดีกว่า ปีนี้เรามี 5 ยุทธศาสตร์หลัก เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่เราเตรียมพร้อมเพื่อจะรองรับการเติบโตในอนาคต 1.เป็นเรื่องของการสื่อสารในเชิงรุก ปีนี้คงจะได้เห็นภาพเอสซี ภาพลักษณ์การโฆษณา หรือการสื่อสารทุกอย่าง จะเน้นทุกๆทัชพอยท์ ทุกจุดที่มีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ซื้อที่ดินจนไปจบบริการหลังการขาย คือมีการสื่อสารในเชิงรุก ในเชิงการสื่อสารยุคใหม่ การสื่อสารภาพลักษณ์ ที่เน้นบุคลิกที่ชัดเจนของเอสซีมากขึ้น

2.การยกระดับ ก็คือเลเวลอัพ 3 หัวใจสำคัญของเอสซี ก็คือ พีเพิลคอร์เซส และก็โปรดักท์แอนด์เซอร์วิส ปีนี้ก็พูดถึงว่าบริษัทเติบโตไปในเชิงรายได้ รายได้โตอย่างเดียวไม่ได้ คุณภาพหรือกระบวนการ หรือคนก็ต้องโตตาม เพื่อรองรับการโตที่แน่นอน

3.เรื่องเทคโนโลยีของฟรีแคส เข้ามาเพื่อใช้ในการก่อสร้าง ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และก็ช่วยให้ลดระยะเวลาในการก่อสร้าง ที่สามารถคอนโทรลสต็อกที่ออกสู่ตลาดได้มากขึ้น

4.เรื่องของเออีซี ในปีนี้ มีการบุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวเมืองท่องเที่ยว ในขณะเดียวกัน ก็จะสร้างการรับรู้ของแบรนด์เอสซี ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ปีนี้จะเป็นปีที่ไปโรดโชว์ในต่างประเทศมากขึ้นกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำโครงการที่ต่างประเทศ หรือว่าอีเวนท์ ที่ไปพบปะนักลงทุนหรือนักวิเคราะห์จากสถาบันที่ต่างประเทศ เพื่อทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ส่วนยุทธศาสตร์เชิงรุก ประการสุดท้าย บริษัทเน้นการเติบโตแบบยั่งยืน มองถึงการเติบโตระยะยาว เพราะฉะนั้นมีความเชื่อว่าถ้าสังคมอยู่ไม่ได้ ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะมีการกำหนดนโยบายอย่างชัดเจนในเชิงซีเอสอาร์ เพื่อให้มีการรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการเติบโต และการทำธุรกิจของเอสซี แอสเสท