วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซิตี้มองเศรษฐกิจสหรัฐเปราะบาง-ยุโรปถดถอย

ซิตี้มองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังเปราะบาง แค่ซื้อเวลาหลบหน้าผาการคลัง-ยุโรปถดถอย เอเชียแกร่งปี"56 จีดีพีโต 6.6% เป้าหมายหุ้นไทย 1,520 จุด

นายฮาเรน ชาห์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนอาวุโส กลุ่มงานกลยุทธ์การลงทุน Citi Wealth Management ของซิตี้ เอเชียแปซิฟิค วิเคราะห์ว่า ภาพรวมของตลาดการลงทุนนับตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่มายังคงมีทิศทางที่ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้านี้ การลงทุนยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนมีการชะลอการลงทุน ในปี 2555 ซิตี้ได้แนะนำให้นักลงทุนตั้งรับและให้นำหนักในการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และสำหรับการลงทุนในตราสารทุน ซิตี้แนะนำให้ลงทุนในหุ้นแบบเน้นมูลค่า เนื่องจากโดยรวมแล้วพันธบัตรรัฐบาลยังให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับภูมิภาคเอเชีย มีผลการดำเนินงานที่หลากหลาย เช่น ตลาดฮ่องกง อยู่ในทิศทางที่เป็นบวก เนื่องจากได้รับผลจากเศรษฐกิจที่ดีของจีน ในขณะที่ญี่ปุ่นยังเป็นตลาดที่น่าสนใจด้วยมูลค่าผลตอบแทนที่ดี แม้จะเพิ่งผ่านพ้นช่วงฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ ยังดูน่าสนใจ ส่วนประเทศบราซิลยังมีผลประกอบการที่คงที่โดยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาดหลักอื่นๆ

"ปี 2556 ถูกคาดการณ์ว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว โดยจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนระหว่างภูมิภาคกับประเทศต่างๆ ด้านยุโรปถูกประเมินว่ายังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยประเทศในกลุ่มยูโรกำลังหาทางแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเงินที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งปัจจุบันย่างเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ส่วนมุมมองต่อภูมิภาคเอเชีย ซิตี้มองว่า มีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่าปี 2555 เช่นเดียวกับจีนที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากการใช้จ่ายภาคการบริโภคและการลงทุน"

ก้าวขึ้นสู่ปี 2556 นักลงทุนยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆ ที่มิอาจคาดเดาได้ ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ หนี้สาธารณะในยุโรปและวิกฤตการณ์สถาบันการเงิน รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่มีอัตราการเติบโตชะลอตัว และหน้าผาการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “เรื่องปกติที่เข้ามาใหม่ (new normal)” ของสินค้าโภคภัณฑ์ นักวิเคราะห์ซิตี้เชื่อว่า การหาผลตอบแทนที่ดีจากสินค้าโภคภัณฑ์ในปีนี้ต้องเผชิญกับความท้าทาย เนื่องจากวัฎจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ของโภคภัณฑ์ซึ่งกินระยะเวลาหลายปีได้สิ้นสุดลงแล้ว ซิตี้เชื่อมั่นว่าทองคำจะให้ผลตอบแทนเชิงบวก แม้จะไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของทองคำในปี 2556 จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งจากสองเหตุการณ์ คือ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก หรือความเชื่อมั่นในการจัดการวิกฤตหนี้ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสเปน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง นักวิเคราะห์ซิตี้คาดการณ์ว่า คำร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินของสเปนต่อธนาคารกลางยุโรปจะเป็นแรงขับสำคัญที่ส่งผลบวกต่อทองคำในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จึงคาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1,749 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปี 2556

นายชาห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซิตี้เชื่อมั่นในการกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ซึ่งจะทำให้นักลงทุนตั้งรับกับทุกสถานการณ์ลดความเสี่ยงลงได้ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาพื้นฐานและมีโอกาสที่ดีในเชิงเทคนิค ซิตี้ยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ จะคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อเนื่องในปี 2556 นี้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงต่อเศรษฐกิจโลก พันธบัตรยังดูน่าสนใจ โดยเฉพาะพันธบัตรที่จัดอยู่ในประเภทเพื่อการลงทุน (investment grade) และพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ สำหรับตลาดตราสารทุน นักลงทุนควรจะพิจารณาลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำและได้รับอานิสงส์ปัจจัยบวกจากจีนที่กำลังจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเพิ่มปริมาณเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ

นอกจากนี้ ความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่างๆ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ท้ายที่สุด เมื่อรัฐบาลต่างๆ ผ่อนคลายความเข้มข้นของนโยบายการคลังลง ซิตี้คาดการณ์ว่า ทองคำ จะยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจ สืบเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ซิตี้มีมุมมองเชิงบวกต่อสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร

สำหรับเศรษฐกิจเอเชียในปี 2556 ซิตี้คาดการณ์ว่าจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนแบบค่อยเป็นค่อยไปที่จะมีผลไปถึงไตรมาสแรกของปี น่าจะช่วยชดเชยการเติบโตที่อ่อนแอซึ่งเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการหดตัวของเศรษฐกิจยุโรปในช่วงต้นปีนี้

ทั้งนี้ ซิตี้คาดว่า เศรษฐกิจเอเชียจะเติบโตที่ระดับ 6.6% ในปีนี้ ส่วนความเคลื่อนไหวของธนาคารกลาง ขณะที่ธนาคารในบางประเทศ เช่น เกาหลี อินเดีย และไทย มีการผ่อนปรนนโยบายการคลังในช่วงต้นปี 2556 ประเทศอื่นๆ ได้ส่งสัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ (อินโดนีเซีย เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปเมื่อเร็วๆ นี้) จากปัจจัยดังกล่าว

นักวิเคราะห์ซิตี้ประเมินว่า ดัชนี MSCI-Asia ex-Japan อาจแตะระดับ 625 จุดในช่วงปลายปี 2556 ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นไทย ซิตี้ประมาณการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไว้ที่ 1,520 จุด ตลาดฮ่องกง ไต่ระดับที่ 23,500 จุด อินเดียแตะ 20,800 จุด อินโดนีเซียที่ 5,000 จุด เกาหลีที่ 2,300 จุด และไต้หวันปิดตัวที่ระดับ 8,200 จุด

ในทางกลับกัน ยังคงมีปัญหาและประเด็นที่น่ากังวลนั่นคือ การจัดการสถานะการขาดดุลทางการคลังที่เริ่มควบคุมได้มากขึ้นในช่วงเวลาที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเปราะบาง หน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ อาจหลีกเลี่ยงได้โดยการยืดระยะเวลาการในใช้นโยบายการขึ้นภาษีและการตัดงบประมาณโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวช่วยได้เพียงเลื่อนผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นช้าลง ซิตี้จึงคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะทำได้เพียงทรงตัวเท่านั้น

กลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกมีหนี้สิ้นภาคเอกชนและและหนี้สาธารณะสูงกว่ามาตรฐานในช่วงเวลาปกติ ในปี 2523 หนี้สินรวมของภาคธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (NFS) ในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว 17 แห่ง มีมูลค่ารวม 12.3 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 168% ของจีดีพีของกลุ่มประเทศเหล่านี้ และในปี 2554 หนี้รวมของกลุ่มประเทศเดียวกันนี้ ปรับสูงขึ้นเป็น 128.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่า คิดเป็น 315% ของจีดีพี

ดังนั้น การลดหนี้จึงเป็นสิ่งที่นานาประเทศกำลังเร่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น ยูโรโซนได้ดำเนินกระบวนการลดการก่อหนี้ ภาคการธนาคารและ ภาคครัวเรือนในหลายๆ ประเทศ และ/หรือภาคธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน แต่หากรัฐบาลกลางของประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับการพิจารณาแก้ไขหนี้น้อยกว่าการพิจารณาเรื่องการเมืองในยุโรป กลุ่มประเทศต่างๆ เหล่านี้อาจต้องใช้เวลาทั้งทศวรรษในการจัดการปัญหาหนี้

นักวิเคราะห์ซิตี้มองว่า การแก้ไขหนี้สาธารณะและการปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้เป็นวงกว้างในยุโรปก็คือ กลไกการปฏิรูปโครงสร้างหนี้สาธารณะ (SDRM) และเครื่องมือแก้ปัญหาธนาคารทั่วยุโรป เป็นความจำเป็นเร่งด่วนในปัจจุบัน แต่อาจเพียงเกิดขึ้นในช่วงระยะกลางและระยะยาวเท่านั้น

นายชาห์ กล่าวสรุปว่า ผลจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกลุ่มประเทศเหล่านั้นเองและต่อประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ซิตี้มองว่า นักลงทุนอาจต้องยอมรับและหาทางรับมือกับความจริงใหม่ที่ท้าทายของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและการกลับเข้าสู่สภาวะรัดเข็มขัด

จากบทวิคราะห์ดังกล่าว นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ได้กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญในฐานะนักลงทุนคือ ความเข้าใจและการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อเป้าหมายทางการเงินระยะยาว เนื่องจากตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการลงทุน ซึ่งซิตี้โกลด์เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำด้านการลงทุนแก่นักลงทุนทุกท่านอย่างใกล้ชิด พร้อมมีเจ้าหน้าที่ดูแลบัญชีคอยช่วยเหลือในการทำ Citigold Portfolio Review เพื่อประเมินผลพอร์ตการลงทุนของผู้ลงทุน โดยลูกค้าซิตี้โกลด์สามารถติดต่อและนัดหมายเวลากับเจ้าหน้าที่ดูแลบัญชีของท่านเพื่อรับบริการที่ปรึกษาทางการเงินได้ตั้งแต่วันนี้