นายกสมาคมวิศวกรรมสถานวิพากษ์รัฐบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เหลว โยน 4 ประเด็น ที่รัฐต้องตอบ บอกเดินมาไม่ถูกทางตั้งแต่ต้น
นายสุวัฒน์ เชาวน์ปรีชา นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ตรงประเด็นข่าวเที่ยง" กรุงเทพธุรกิจทีวี ในวันนี้ (11 ก.พ.) ว่า มี 4 ประเด็นที่จะฝากผ่านไปทางภาครัฐในเรื่องการบริหารจัดการน้ำว่า ข้อที่ 1 ที่รัฐออกประกาศนโยบายในรอบแรกเลยคือ เรื่องกรอบแนวคิดออกแบบก่อสร้าง วิธีการมันไม่ถูกตั้งแต่ต้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลคัดเลือกไว้ 6 บริษัทแล้ว
"มันข้ามขั้นตอนไปสองสามขั้นตอนใหญ่ๆ คือเมื่อเรามีกรอบแนวคิดแล้ว ต้องศึกษาความเหมาะสมความเป็นไปได้ของโครงการก่อน ถูกต้องไหมครับ ศึกษาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น ขณะที่เราดำเนินการโครงการนะครับ และก็ถามความมีส่วนร่วมของฟากประชาชน เพระว่าการบริหารจัดการน้ำครั้งนี้ โครงการบริหารทั้งประเทศมันมีผลกระทบกับประชาชนโดยรวม ว่ามันต้องผ่านสามขั้นตอนมันจึงจะไปถึงขั้นตอนออกแบบก่อสร้าง สิ่งที่เราไม่ค่อยสบายใจในเรื่องนี้ เราก็ยืนยันไปแล้ว แต่รัฐก็ไม่ดำเนินการ ก็ไม่เป็นไรครับ เมื่อรัฐมีความเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำถูกต้องและก็ดำเนินการไปได้ก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ แต่เราในฐานะขององค์กรวิชาชีพ เราก็อดเป็นห่วงไม่ได้นะครับ เราก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง แล้วก็มีความรู้ทางด้านวิศวกรรม มีสมาชิกที่มีความรู้ เรื่องจัดเสวนากันหลายครั้งมากมายนะครับ"
ส่วนเรื่้องที่ 2 ที่เป็นห่วงคือ รัฐบอกว่าให้ออกแบบก่อสร้างแล้วตอนนี้คัดเลือกไว้ 6 บริษัท และแบ่งกลุ่มลักษณะงานเป็น 10 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะเลือกไว้ 3 บริษัท แล้วรัฐจะพิจารณาด้านเทคนิคก่อสร้างเรื่องเวลาแล้วเรื่องราคา
"ผมถามว่าเอาหลักเปรียบเทียบเรื่องเทคนิคเรื่องราคาอย่างไร เพราะว่าต่างคนต่างคิดต่างคนต่างทำ มันไม่มีฐานในการเปรียบเทียบที่ชัดเจน ว่าเปรียบเทียบกันอย่างไรนะครับ ทั้งเรื่องเทคนิคและเรื่องราคา"
ข้อที่ 3 เมื่อรัฐตัดสินใจจ้างบริษัทใด กลุ่มในกลุ่มหนึ่งไปแล้ว ทั้ง 10 กลุ่มงาน ขนาดก่อสร้าง พวกงานการก่อสร้างเขามีปัญหาแน่นอน ไม่ว่างานอะไร ไม่เฉพาะงานนี้ ในเมื่อมีปัญหาในงานก่อสร้าง อาจจะต้องมีการแก้ไขแบบ หรือมีการปรับราคาเพิ่มราคาลด ผมก็อยากจะถามว่าถึงตรงนั้นดุลพินิจในการแก้ไขแบบ ปรับราคาจะทำกันอย่างไร เพราะว่ามันไม่ได้เป็นขั้นเป็นตอน เหมือนงานเข้าควรจะทำกันทั่วไป คือมีผู้ออกแบบ มีผู้ควบคุมงาน และมีผู้ก่อสร้าง เมื่อมีการแก้จะต้องแก้ไขแบบ ผู้ออกแบบก็จะต้องเป็นคนมาชี้แจงว่างานมันผิดพลาดอย่างไร แก้ไขอย่างไร ต้องปรับราคาอย่างไร ก็เป็นคนคิดราคามาให้ แล้วก็มาเจรจาตกลงมันก็จะมีพื้นฐานในการคิดราคา
"แต่ครั้งนี้เอาผู้รับเหมากับผู้ก่อสร้างเป็นผู้ออกแบบแล้วคิดราคากันเองตามทำเอง เวลาปรับราคาทำไงครับเนี่ย เวลาจะแก้ไขปัญหานะครับ"
ข้อที่ 4 ที่กังวลอย่างยิ่ง กังวลอย่างยิ่ง งานของ 2 ภาค 1 ล้านท่านแบ่งเป็น 10 กลุ่ม ถ้าได้สองสามบริษัทเข้าไปทำ เนี่ยก็แปลว่ากลุ่มหนึ่งทำงานเป็นแสนล้านถูกไหมครับ มันสามแสนห้าหมื่นล้าน ชั้น 1 ไปได้ 6 บริษัท แล้วมีบริษัทใหญ่อยู่ 2 บริษัทที่เสนอทั้ง 10 กลุ่มงานเลย ถูกไหมครับ งั้นสัปดาห์หนึ่งบริษัทต้องทำงานเป็นแสนล้าน แล้วพื้นที่ของการทำงานกระจายอยู่เกือบทั่วประเทศ ลุ่มแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน แล้วก็อีก 14 ลุ่มแม่ภาคใต้ ภาคอีสาน ถูกไหมครับ เรากำลังไปมอบความไว้วางใจให้กับกลุ่มบริษัทบริหารงานระดับชาติ
"เราเชื่อมั่นได้มากน้อยเพียงใดครับ ผมมองมันเกิดขึ้นแล้วความเสียหายด้านวิศวกรรมมี 3 โครงการที่ผ่านมา 1.โครงการนโฮปเวลล์ 2.โครงการบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน และล่าสุดก็คือโครงการสร้างโรงพักตำรวจ ใช่ไหมครับโรงพักให้กับตำรวจ"
นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวอีกว่า ในวันที่ 13 ก.พ.จะมีผู้เชี่ยวชาญหลายด้านหลายคน นักวิชาการด้วย รวมทั้งภาครัฐ จะมีตัวแทนจากภาครัฐที่เป็นวิศวกรด้วยกัน ที่ทำงานช่วยภาครัฐอาจจะมาชี้แจงในเรื่องโครงการนี้ เชิญผู้สื่้อข่าวมารับฟังด้วย
"เราอยากให้โครงการเกิดขึ้น แต่เรากลัวความเป็นไปไม่ได้ของโครงการ อย่างโรงพักตำรวจ ถ้าไม่ถูกต้องมันก็ไม่สามารถเปิดประมูลได้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่งานมันไม่สำเร็จ ผมอยากให้รัฐตระหนักในเรื่องนี้ด้วย การไปไว้วางใจกับกลุ่มบริษัทให้กระจายงานไปทั้งประเทศ แล้วยังมีรายละเอียดอีกเยอะที่จะต้องพูดจาคุยกัน ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของเรา แต่เป็นสิ่งที่เรากังวลใจในฐานองค์กรวิชาชีพ เราก็อยากท้วงติงไปทางรัฐบาล ซึ่งท่านยังจะดำเนินการต่อก็เป็นภาระความรับผิดชอบของรัฐบาล สื่อก็ต้องติดตามดูกันต่อไป"









