วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยพาณิชย์ห่วงเงินเฟ้อดันอู่ขึ้นค่าบริการ

ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าแรง 300 ดันอู่ขึ้นค่าบริการ

นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และน่าเป็นห่วงมากที่สุดในปีนี้คือ ปัจจัยเรื่องอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเกิดจากต้นทุนค่าแรงงานที่เพิ่ม จากนโยบายของรัฐบาลที่ปรับค่าแรงเป็น 300 บาททั่วประเทศ บวกกับช่างหายากมากกว่าเดิม ในขณะที่อู่ซ่อมรถยนต์ ขึ้นค่าบริการ ส่งผลให้ต้นทุนค่าซ่อมเพิ่มแน่นอน บวกกับค่ารักษาพยาบาลเกี่ยวกับสุขภาพเพิ่ม ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต้องคัดเลือกลูกค้ามากกว่าเดิม มีการแบ่งกลุ่มลูกค้า โดยรวมแล้วจึงเชื่อว่าอัตราความเสียหาย หรือ Loss Ratio ทุกอย่างจะขยับทุกรายการ แต่มากน้อยเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถระบุชัดได้ในขณะนี้

ในส่วนของประกันภัยรถยนต์หากอัตราความเสียหายเกิน 60% บริษัทจะเริ่มหันมาพิจารณาปรับเบี้ยประกันขึ้นแต่ก็ต้องดูภาพรวมของอุตสาหกรรมว่ามีทิศทางอย่างไร ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอัตราเบี้ยประกันรถยนต์ยังสามารถที่จะปรับขึ้นได้อีก เพราะยังไม่ถึงเพดานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ประเภท3+ ยังไม่มีการขึ้นเบี้ยประกันมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว

"เราต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะปีนี้ต้นทุนขึ้นทุกอย่าง ซึ่งต้องรอดูว่ากลางปีนี้จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆหากLoss Ratio เกิน60% คงต้องหันมาพิจารณาปรับเบี้ย"

จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยเอาไว้ที่ 5,135 ล้านบาท เติบโต20% ซึ่งเติบโตในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เติบโต26% ในจำนวนเบี้ยทั้งหมดนั้น เป็นเบี้ยจากรถยนต์ 1,875 ล้านบาท ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ 1,820 ล้านบาท ประกันอัคคีภัย 740 ล้านบาท ประกันสรรพภัย(ประกันภัยทรัพย์สิน)435 ล้านบาท ประกันภัยทางทะเล 265 ล้านบาท สำหรับเบี้ยทั้งหมดนั้นมาจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ 3,550 ล้านบาท มาจากช่องทางที่ไม่ใช่แบงก์ 1,585 ล้านบาท

"ในด้านการลงทุนในปีนี้ก็เชื่อว่าผลตอบแทนจากการลงทุนจะไม่ดีเท่ากับปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 3.35% ส่วนการลงทุนในหุ้นยังรักษาให้ไม่เกิน2% ของพอร์ตรวมที่มีอยู่4,960 ล้านบาท และในปีนี้น่าจะเพิ่มเป็น5,960 ล้านบาท หลักๆยังลงทุนในตราสารหนี้ กับพันธบัตรรัฐบาล กว่า90%แต่ในด้านการทำกำไรจากการรับประกันยังเติบโตในทิศทางที่ดีตามอัตราเบี้ยประกันที่เพิ่ม สรุปรวมแล้วปีนี้ผลการดำเนินงานน่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม"

สำหรับผลประกอบการปีที่ผ่านมา มีเบี้ยรวม 4,275 ล้านบาท เติบโต26% มีกำไรสุทธิ 297 ล้านบาท เติบโต205.3% โดยมาจากช่องทางแบงก์3,027 ล้านบาท ที่เหลือมาจากช่องทางที่ไม่ใช่แบงก์ 1,248 ล้านบาท ณ สิ้นปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนความพอเพียงของเงินกองทุน(CAR) หรือ Capital Adequacy Ratio อยู่ที่574.42% สูงกว่าเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด ที่ 140% ในปีนี้