วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังพร้อมอุ้มเอสเอ็มอีแบงก์-ธนาคารอิสลาม

"กิตติรัตน์"ประกาศพร้อมอุ้มเอสเอ็มอีแบงก์-ธนาคารอิสลาม ยันหนี้เสียเป็นเรื่องปกติ วอนลูกค้าเงินฝากอย่าตื่นตระหนก

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลจะดูแลเงินฝากของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) อย่างเต็มที่หากมีปัญหาจากหนี้เสียที่เกิดขึ้นจำนวนมากในขณะนี้ จึงไม่ต้องการให้ผู้ฝากเงินตื่นตระหนก

สำหรับความเสียหายที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาลของธนาคารทั้งสองแห่ง หากเป็นของรัฐบาลชุดนี้จะได้รับการจัดสรรงบประมาณชดเชยให้เต็มที่ ส่วนผลขาดทุนที่เกิดจากรัฐบาลในอดีต ก็ต้องเข้าไปดูแลเช่นกัน

ทั้งนี้ เอสเอ็มอีแบงก์มีหนี้เสียสูงถึง 3.9 หมื่นล้านบาท หรือกว่า 40% ของหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ 9.7 หมื่นล้านบาท มีกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงติดลบ 0.95% ขณะที่ไอแบงก์นั้นปัจจุบันมีหนี้เสีย 2.47 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 22.5% เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 4.6% ต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดว่าต้องมีไม่ต่ำกว่า 8.5%

"หนี้เสียของธนาคารรัฐทั้งสองแห่ง บางส่วนสะสมไว้มานาน ไม่เหมือนธนาคารพาณิชย์เอกชนหากเกิดปัญหาจะแก้ไขทันที เพราะเอกชนจะตื่นตัวกว่าธนาคารของรัฐ ไม่ปล่อยให้สะสม แต่ในส่วนธนาคารรัฐมีระเบียบและมีหน่วยงานที่ดูแลดีอยู่แล้วคือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จึงไม่จำเป็นต้องปรับแก้ระเบียบอะไรในขณะนี้"

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า ปัญหาหนี้เสียของไอแบงก์ เป็นเรื่องปกติของแบงก์ในโลกที่มักมีปัญหาหนี้เสีย เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไข โดยขณะนี้นายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการผู้จัดการไอแบงก์คนใหม่ กำลังเข้ามาดูแลเรื่องนี้และเป็นการแก้ปัญหาธนาคารเพื่อให้ดีขึ้น