ราคาหุ้น Laggard กลุ่มฯ เป็นโอกาสเข้าลงทุนรอรับปัจจัยบวกปี 2556
คาดกำไรอ่อนตัวจากรายการพิเศษ และหน้าหนังอ่อนกว่าคาด
เราคาดกำไรงวด 4Q55 ของ MAJOR จะหดตัวจากค่าใช้จ่ายพิเศษของบริษัทย่อย MPIC (ค่าความนิยมราว 200 – 300 ล้านบาท) แม้ MAJOR จะมีตัวช่วยกำไรจากการขายหุ้น SF (ราว 150 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษ เราคาดกำไรปกติของ MAJOR อยู่ที่ 175 ล้านบาท ลดลง10% QoQ เนื่องจากหน้าหนังอ่อน แต่เติบโตกว่า 117% YoY เนื่องจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ใน 4Q54 ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทั้งนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2555 ลงจากเดิมราว 7% เนื่องจากหน้าหนังงวด 4Q55 อ่อนกว่าคาด และคาด MAJOR จะจ่ายเงินปันผลงวด 2H55 หุ้นละ 0.34 บาท
ธุรกิจโรงภาพยนตร์มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น เตรียมเปิดโรงเพิ่มกว่า 100 โรง
ปี 2556 MAJOR มีแผนเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่กว่า 100 โรง โดยเป็นการลงทุนพร้อมกับแผนการขยายสาขาของห้างค้าปลีกทั่วประเทศ รวมเป็นสิ้นปี 2556 จะมีโรงภาพยนตร์รวมกว่า 500 โรง นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนเครื่องฉายภาพยนตร์ดิจิตอลมากขึ้นจาก 50% เป็น 80% ของโรงภาพยนตร์ในเครือ MAJOR ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อความสามารถในการทำกำไรและยังเป็นปัจจัยหนุนธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์อีกด้วย ขณะที่เราคาดว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค คาดกำไรปกติปี 2556 เติบโต 33% YoY
หน้าหนังปี 2556 โดดเด่นไม่แพ้ปีก่อน (Fast6, Iron Man3, Die Hard5…)
ขณะที่หน้าหนังในปี 2556 ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้ปีก่อนหน้า ยกตัวอย่างเช่น Fast6, Iron Man3, Die Hard5, G.I.JOE, Superman และยังมีหนังไทยที่น่าสนใจหลายเรื่องจาก GTH และ M๓๙ เช่น คู่กรรม (ณเดชน์), ต้มยำกุ้ง 2 และตำนานสมเด็จพระนเศวร 5 (ภาคจบ) เป็นต้น เราจึงมองว่าปี 2556 เป็นอีกหนึ่งปีทองของธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย
ราคาหุ้น Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มฯ ขณะที่ผลงานมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น
ราคาหุ้น MAJOR ช่วง 3 – 4 เดือนที่ผ่านมาเทียบกับกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIA) ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่ากลุ่มฯ (MAJOR +12% vs. MEDIA +35%) เราคาดว่าเกิดจากแนวโน้มผลงาน 4Q55 ที่จะออกมาไม่ดี อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการของ MAJOR จะกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 2556 ดังนั้น ช่วงที่หุ้น MAJOR ยัง Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มฯ เรามองเป็นโอกาสในการลงทุน คงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 24.60 บาท (เทียบเท่า P/E Ratio ’56 ที่ 25 เท่า)









