วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกียรตินาคินประกาศรุกธุรกิจที่ปรึกษาลงทุน

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ตั้งเป้าปี"56 สินเชื่อโต 19% ขยายการลงทุน และรุกบริการที่ปรึกษาการลงทุน

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานธุรกิจธนาคารพาณิชย์และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (KK)ได้แถลงทิศทางธุรกิจปี 2556 และผลประกอบการของธนาคารปี 2555 ในงานธนาคารเกียรตินาคินพบสื่อมวลชนว่า กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจภายใต้สมมติฐานที่ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่ ที่อัตรา 2.75% และจีดีพีของประเทศอยู่ที่ 4.0-5.0% รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจตลาดทุนอย่างเต็มรูปแบบ โดยในส่วนของธุรกิจธนาคารพาณิชย์นั้น ตั้งเป้าสินเชื่อรวมจะเติบโตที่ 19% โดยจะโตในอัตรา 16% ในส่วนของสินเชื่อรายย่อย (ปัจจุบันมีสัดส่วน 76% ของสินเชื่อรวม) และ 34% ในส่วนของสินเชื่อธุรกิจ (KK BIZ) ตลอดจนตั้งเป้าการขายทรัพย์สินรอขาย (NPA) ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท สำหรับสาขาธนาคาร 87 แห่ง (รวมสำนักงานใหญ่) ที่มีอยู่นั้นสามารถให้บริการลูกค้าทั้งสินเชื่อและเงินฝากได้อย่างครอบคลุมอยู่แล้วอาจจะยังไม่มีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มในปีนี้ แต่จะเป็นการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการของสาขาให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายธุรกิจ

โดยในส่วนของธุรกิจตลาดทุน (ภายใต้การดำเนินการของบริษัททุนภัทร บล.ภัทร บล.เกียรตินาคิน และ บลจ.เกียรตินาคิน) ภัทรเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการทางธุรกิจหลักทรัพย์และการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งในด้านธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนให้แก่ลูกค้าบุคคลรายใหญ่ (Private Wealth Management) ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สถาบัน ธุรกิจวานิชธนกิจ (Investment Banking) และธุรกิจการลงทุน (Principal Investment Business) ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่จากทุนภัทรและบริษัทลูกก็จะช่วยเสริมรายได้ค่าธรรมเนียมให้แก่ธนาคาร นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาวของภัทร ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ธนาคารอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่สำคัญต่อจากนี้คือการทำงานร่วมกันระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจตลาดทุน เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ (Synergies) สูงสุด โดยเฉพาะในส่วนลูกค้าบุคคลที่การให้บริการภายใต้กลุ่มธุรกิจการเงินจะทำได้หลากหลายและครบวงจรมากขึ้นโดยมีฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น และในส่วนสินเชื่อธุรกิจ ก็จะสามารถดึงจุดแข็งที่ภัทรมีในธุรกิจตลาดทุน เพื่อปล่อยสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Advisory-linked financing) เพิ่มขึ้นอีกด้วย

"ล่าสุด ธนาคารได้ร่วมกับ ภัทร ในการดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนให้กับลูกค้าเงินฝากกลุ่ม Priority Banking ของธนาคาร ที่มีศักยภาพด้านเงินฝากและการลงทุนตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป โดยลูกค้าจะได้รับบริการทั้งด้านเงินฝากและด้านการลงทุน โดยมี Relationship Manager (RM) และ Financial Consulting (FC) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก ภัทร คอยให้คำปรึกษาการลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ โดยทั้ง RM และ FC จะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับข้อมูลหรือคำปรึกษาต่างๆ อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ สิ่งที่ลูกค้าจะสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนคือบริการที่หลากหลายและครบวงจรมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่สามารถให้บริการต่อลูกค้าเป้าหมายได้อย่างดีที่สุด" นายอภินันท์ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2555 เทียบกับปี 2554 นั้น นายชวลิต จินดาวณิค ประธานสายการเงินและงบประมาณ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจการเงินธนาคารเกียรตินาคินภัทร มีกำไรสุทธิรวม 3,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.2% ในจำนวนนี้ เป็นกำไรสุทธิของ บมจ. ทุนภัทรและ บล. ภัทรจำนวน 403 ล้านบาท (รวมผลการดำเนินงานของทุนภัทร และ บล.ภัทร ไม่เต็มปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2555 ซึ่งเป็นวันที่การร่วมกิจการมีผลตามกฎหมายเป็นต้นไป) โดยในส่วนของสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 233,013 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.6% ในส่วนของรายได้เติบโตในทุกด้าน รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 27.9% รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 60.7% ซึ่งมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธุรกิจตลาดทุน

ในส่วนของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อมีการขยายตัวต่อเนื่อง มียอดสินเชื่อรวมของปี 2555 อยู่ที่ 168,994 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% จากเป้าหมาย 21% สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) อยู่ที่ 3.9% ลดลงจากปี 2554 ที่อยู่ 4.3% เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญในการควบคุมและรักษาคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ที่ 3.3% ลดลงจาก 3.4% เมื่อสิ้นปี 2554 และมีอัตราการตั้งสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 109.5% สำหรับหนี้สินรวม (เงินฝาก หุ้นกู้ ตั๋วบีอี และหนี้สินอื่นๆ) มีจำนวน 199,815 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจตลาดทุน มีผลการดำเนินงานมาจาก 3 ส่วน คือ ทุนภัทร และบล.ภัทร ดำเนินธุรกิจการเป็นตัวแทน (Agency Business) และการลงทุน (Principal Business) ให้บริการวานิชธนกิจและการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แก่ลูกค้าประเภทสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงลูกค้าบุคคลรายใหญ่ ต่อมาคือ บล.เกียรตินาคิน ที่ให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์แก่ลูกค้ารายย่อย นอกจากนี้ยังมี บลจ.เกียรตินาคินที่ให้บริการธุรกิจจัดการกองทุนสำหรับนักลงทุนทั่วไป