ผอ.สศค.ระบุการฟื้นฟูฯเอสเอ็มอีแบงก์ไม่ได้จบอยู่ที่ข้อเสนอของธนาคารโลกให้ควบรวมกับธ.ออมสิน แต่อยู่ที่แผนฟื้นฟูฯของ"คลัง"
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เรือง "คลังไม่ปล่อย"เอสเอ็มอีแบงก์"ล้ม หลังจากเอสเอ็มอีแบงก์ มีหนี้เอ็นพีเแอลสูงถึง 33%
นายสมชัย กล่าวว่าหนี้ของธนาคารเอสเอ็มอี ข้อมูล่าสุด ณ 31 ธ.ค. 2555 หนี้เอ็นพีแอลต่อสินเชื่อคงค้างอยู่ที่33% ถือว่าอยู่ในระดับสูง ไม่ได้เกิดมาจากปัจจุบันแต่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อในอดีต ที่มีการปล่อยสินเชื่อหละหลวม ที่ไม่ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ โดยในขณะนี้ธนาคารเอสเอ็มอีมีแผนฟื้นฟูปรับโครงสร้างหนี้
ผอ.สศค. กล่าวว่า หากมีการควบรวมกับธนาคารออมสินจะแก้หนี้เอ็นพีแอลได้หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่รู้ความเห็นของธนาคารโลกเป็นอย่างไร แต่ที่เห็นคือว่าธนาคารเอสเอ็มอี ไม่สามารถเข้าถึงธนาคารพาณิชย์ได้ทั้งหมด และการฟื้นฟูโครงเอสเอ็มอีแบงก์นำไปสู่ประเด็นสำคัญ โดยที่ไม่ได้จบอยู่ที่รายงานของธนาคารโลกเสนอมา แต่อยู่ที่แผนฟื้นฟูฯตามที่กระทรงการคลังให้สามารถปฏิบัติได้จริง
"หากไม่ควบรวมธนาคารออมสิน มีความชัดเจนคือปรับปรุงรัฐบาลมีการเพิ่มทุนให้ไม่มาก และการบริหารภายในต้องปรับระบบมีการดูแล เพราะเป็นองค์กรของรัฐ เนื่องจากเอสเอ็มอีแบงก์มีปัญหามามากพอสมควร กรรมการบอร์ดมีการแก้ปัญหากันมาต่อเนื่อง การปล่อยสินเชื่อทั้งหมดมีกว่า 9 หมื่นล้าน ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ แต่โดยรวมธนาคารเฉพาะกิจยังแข็งแกร่ง"นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวอีกว่า การที่บอกว่าการขึ้นค่าแรง 300 บาทกระทบเอสเอ็มอีแบงก์นั้นไม่เกี่ยวกับการกับเรื่องหนี้เอ็นพีแอล ดูสถานะ มีการเชิญธนาคารพาณิชย์ และเอสเอ็มอีแบงก์ ก็บอกว่าไม่มีปัญหาค่าแรง 300 บาท และทางการยังมีสินเชื่อใหม่มาดูแลอีกด้วย
"พรุ่งนี้(6ก.พ.)ส่งทีมงานไปหารือกับเอสเอ็มอีแบงก์ ดูแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่จะให้มีการปรับปรุงตรงไหนอีกบ้าง แล้วหลังจากนั้นนำเรื่องส่งให้ปลัดกระทรวงการคลัง และรมว.คลัง ดูหากดำเนินการได้จริงเอ็นพีแอลที่สูงถึง33%ก็จะลดลง"นายสมชัย กล่าว









