วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม.หอการค้าคาดตรุษจีนเงินสะพัด4.5หมื่นล.

ม.หอการค้าไทยเผยตรุษจีนปีนี้เงินสะพัด 4.5 หมื่นล้าน สูงสุดรอบ 8 ปี ชาวบ้านเชื่อมั่นเศรษฐกิจแห่ใช้จ่าย ซื้อของเซ่นไหว้ จ่ายแต๊ะเอีย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 56 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ตัวอย่างว่า บรรยากาศการฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะมีความคึกคักมาก โดยมีเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยว การซื้อข้าวของเซ่นไหว้ การแต๊ะเอีย และทำบุญมากถึง 45,081 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12.1% จากปีก่อน สูงสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ปี 49 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นรายภาคพบว่ากรุงเทพฯและปริมณฑลมีการใช้จ่ายสูงสุดที่ 16,933 ล้านบาท ขยายตัว 13.7% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6,980 ล้านบาท ขยายตัว 9.9% ภาคกลาง 10,677 ล้านบาท ขยายตัว 11.1% ภาคเหนือ 4,417 ล้านบาท ขยายตัว 10.9% และภาคใต้ 5,962 ล้านบาท ขยายตัว 12.1%

สำหรับปัจจัยบวกที่ทำให้การใช้จ่ายช่วงตรุษจีนคึกคัก มาจากประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในประเทศจึงหันมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตดี และการส่งออกที่ฟื้นตัวจากภาวะถดถอย นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงส์จากนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศรวมถึงโครงการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล ทำให้ประชาชนมีรายได้นำไปใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้น

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยยังพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มีการใช้จ่ายซื้อข้าวของ ทำบุญ จ่ายแต๊ะเอีย ท่องเที่ยว จัดเลี้ยงสังสรรค์ และซื้อเสื้อผ้าสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากปีนี้ธุรกิจได้กำไรเพิ่ม เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังกังวลภาวะราคาสินค้าแพงอยู่ โดยแยกเป็นการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ซื้อของไหว้เจ้า 3,074

บาท ทำบุญ 1,617 บาท ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 2,984 บาท แต๊ะเอีย 3,032 บาท ท่องเที่ยว 7,456 บาท จัดเลี้ยงสังสรรค์ 6,713 บาท ซื้อสินค้าคงทน 3,983 บาท ไปเดินห้าง 6,352 บาท

ขณะที่การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวปี 2556 มี 16.2% เพิ่มจากปีที่มีเพียง 5.8% และไม่มีแผนเดินทาง 83.8% โดยแม้สัญญาณการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่คึกคักนัก เนื่องจากวันไหว้ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อค้างคืนจึงมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงเท่านั้น

ขณะที่การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมีเพียง 3.9% โดยมีที่หมายเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน

ส่วนผลสำรวจผลกระทบนโยบายรถยนต์คันแรกที่มีต่อการใช้จ่ายประชาชนในปีนี้ พบว่าโครงการนี้มีผลต่อการใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนและการซื้อสินค้าทั่วไปให้ลดลงเนื่องจากประชาชนต้องเก็บเงินเผื่อไว้สำหรับผ่อนชำระ โดยผลสำรวจชี้ว่ามีประชาชนไม่เข้าร่วมโครงการ 74.2% และเข้าร่วม 25.8% ในจำนวนที่เข้าร่วมนี้มีถึง40% ที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง

ขณะที่ถามว่ามีโอกาสจะผ่อนชำระไม่ครบตามสัญญาหรือไม่ 31.2% ระบุมีโอกาสน้อย อีก27.1% มีโอกาสปานกลาง 25.1% มีโอกาสมาก และ16.5% ไม่มีโอกาสผิดนัดเลย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ยังไม่ชัดเจนและต้องเฝ้าระวังต่อไป

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี56 ยังมีทิศทางขาขึ้นจากปลายปีก่อน และน่าจะเติบโตได้ประมาณ 4.5-5% เนื่องจากปีที่แล้วเศรษฐกิจมีฐานการเติบโตต่ำ และยังได้รับแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวโดดเด่น รวมถึงการส่งออกที่ฟื้นตัว แต่จำเป็นต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน

หลังจากสหรัฐฯและญี่ปุ่นอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกมาก รวมถึงสถานการณ์การเมืองที่อาจมีความไม่แน่นอนหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.