วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาหอฯวอนแบงก์ชาติดูแลบาทอุ้มเอสเอ็มอี

สภาหอฯวอนแบงก์ชาติดูแลค่าเงินบาทไม่ให้อ่อน-แข็งเกินคู่ค้า หลังเดือนม.ค.พลาดท่า แข็งเกินคู่แข่ง ส่งออกอ่วม

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าไทย ให้ความเห็นผ่านรายการ Morning News กรุงเทพธุรกิจทีวี ในช่วงเช้าของวันนี้ (5 ก.พ.) ว่า สภาหอการค้าอยู่ระหว่างการสำรวจผลกระทบค่าแรง 300 บาท โดยมีมหาวิทยาลัยหอการค้าเป็นผู้จัดทำ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนก.พ

"เราอยากให้แบงก์ชาติเข้ามาดูแลค่าเงินบาทให้มีความเหมาะสม เราคงไม่ได้บอกว่าควรอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ แต่ขอให้เคลื่อนไหวเกาะกลุ่มคู่แข่งมากกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าเดือนม.ค. แบงก์ชาติพลาดเพราะอะไร"

ทั้งนี้ ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 3.3% ขณะที่อินโดนีเซียอ่อนค่า เวียดนามค่าเงินทรงตัว ส่วนมาเลเซียและฟิลลิปปินส๋อ่อนค่าลง แต่ก็ไม่ได้อ่อนแรงเท่ากับค่าเงินบาท

ติดตามได้ใน...(คำต่อคำ)

ถาม ผลกระทบจากค่าเงินบาท ล่าสุดแข็งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รวมถึงไปเจอซ้ำเรื่องของค่าแรงที่มีอยู่เดิมตั้งแต่ต้นปี สมาชิกของสภาหอการค้าได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างตอนนี้

ตอบ ทั่วๆ ไป ผมว่า 300 บาทนี่เราพูดมามากแล้ว เวลานี้ก็กำลังคุยกับทางรัฐบาลว่าจะมีมาตรการอะไรให้ช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นจากที่เป็นอยู่ เรากำลังทำเซอร์เวย์จาก 76 จังหวัด เราอยากได้ตัวเลขจริงๆ ว่าผลกระทบค่าแรง 300 บาท เป็นอย่างไรบ้าง ชนิดกิจการที่โดนกระทบ จำนวนเท่าไหร่ เสียหายมากน้อยแค่ไหน จะมีการจ้างงานลดลงไปหรือมีการปลดคนงานหรือเปล่า ที่ล่มสลายไปก็ให้ตัวเลขมาให้เรารู้ ม.หอการค้าไทยกำลังสรุปอยู่ ผมคิดว่าภายในสิ้นเดือนนี้คงจะรู้

ถาม สำหรับเรื่องค่าเงินบาทละครับ มองว่าผลกระทบมีมากน้อยแค่ไหนครับ

ตอบ ไอ้นั่นหมัดแย็บ 300 บาท ตอนนี้หมัดน็อกเอาท์ 300 บาทตอนนี้ผมคิดว่าที่ผ่านมาทางธนาคารชาติทำงานได้ดีตั้งแต่ท่านประสารเข้ามา ประเทศไทยควบคุมได้ เราต่างจากภูมิภาคเราทั้งคู่ค้าและคู่แข่ง โดยเฉพาะคู่แข่งที่ผ่านมาเราตามกันมา จะขึ้นก็ขึ้นตามในระบบเดียวกัน เวลาลงก็ลงพอๆ กัน ต้นเดือน ม.ค.พุ่งขึ้น 3.3% ทำให้เราโดดห่างคนอื่นเขาไป ถ้าดูจากตัวเลขจะเห็นได้ว่าคู่แข่งของเราสำคัญสุดขณะนี้คือ อินโดนีเซีย กับ เวียดนาม ส่วน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ตามเราไป สิงคโปร์ก็คล้ายๆ กัน แต่มี 2 ประเทศคู่แข่งเรา อินโดนีเซียกลับอ่อนลง เวียดนาม คงที่ ไม่ขยับเลย นี่คู่แข่งเรา สำหรับคู่ค้าเราญี่ปุ่นเรามี FTA กับเขา เขาก็อ่อนลง ตารางการซื้อก็จะอ่อนลงไป เงินก็อ่อนลง ซื้อของเงินก็จะแพงขึ้น โดยเราขึ้นเขาลงสวนทางกัน ผลกระทบมันคืออะไร บางคนบอกอนาคต ผมบอกทันที สิ่งที่เราได้ทำคอนแทรกแล้วราคาเราต้องยืน สมมุติว่าเราขายไป 1 เหรียญ เราต้องได้ 37.50 บาท ณ วันนี้เราได้ 29 บาท 70 กว่าสตางค์ หายไปแล้ว 75 สต. 50 สต.ถ้าเราส่งออกเดือนละ 18,000 ล้านเหรียญ เท่ากับเราขาดเงินเข้ามา 9,000 ล้านบาท ถ้าผิดกัน 1 บาท เราเสียรายได้ไป 18,000 ล้านบาท/เดือน 1 ปี 2 แสนกว่าล้าน นี่คือผลกระทบทันที

ถาม ภาคส่วนไหนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดครับ

ตอบ ทั้งหมด ทุกคนแหละครับ ที่หนักที่สุดพวก SMEs อนาคตสมมุติเราไปเสนอราคาบอกเค้าว่าเงินบาทเราแข็งขึ้น 3% คุณให้ผมอีก 3% ได้ไหม เขาบอกว่าคุณเสนอมาสิ แต่ถ้าประเทศอื่นไม่ขึ้นแล้วคุณขึ้น คุณคิดว่าผมจะทำอย่างไร เข้าไปที่คนอื่นคอนแทรกอนาคตตกลง นี่คือปัจจุบันอนาคต ถามว่ากระทบใครมากที่สุด ในการที่เราขอที่จะเสนอ กกร. พูดไปมี 2 เรื่อง เรื่องค่าเงินบาทไม่ให้มีการผันผวนรวดเร็ว นี่คือข้อสำคัญ 2.ดูแลเงินบาทให้แข็งหรืออ่อนตามคู่ค้าหรือคู่แข่งของเรา อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการ ข้อสำคัญคือสิ่งที่ทำให้ SMEs มีผลกระทบมากขึ้น เพราะเขาไม่ยอมปล่อยการทำธุรกรรมความเสี่ยง เขาทำไม่ได้ บริษัทใหญ่ๆ เขาทำได้ บริษัทเล็กไม่มีองค์กรไหนหรือธนาคารไหนจะให้บริการ เราก็ขอให้ทำอย่างไรให้เอ็กซิมแบงก์ หรือ สสอ.ออกมาช่วยในเรื่องนี้ได้ไหมกับ SMEs ลดความเสี่ยงของเขาได้อีกทาง เป็นสิ่งที่รัฐบาลเขาต้องทำ ผมคิดว่าการที่เขาจะดูแลอัตราค่าแลกเปลี่ยนของเราให้ล้อตามคนอื่น ผมคิดว่าปัญหาสำคัญคือ 14 ประเทศที่ผมพูดถึง

ถาม ระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่เห็นว่าเหมาะสมกับภาคส่งออกและ SMEs ที่จะอยู่รอดประมาณเท่าไหร่คะ

ตอบ ผมไม่เคยบอกว่ากี่บาท เพราะบอกบาทไม่ได้ ถ้าคนอื่นแข็งเราก็ต้องแข็งตาม ถ้าอ่อนก็อ่อนตามเขา แต่อย่าให้เราแข็งเกินคนอื่นเขา นั่นคือสิ่งที่เราขอให้ทางแบงก์ชาติดูแล บังเอิญเดือนมกราคม ผมไม่สามารถทราบว่าเราพลาดอย่างไร ขึ้นถึง 3% อีกอย่างคือทำอย่างไรให้มีมาตรการที่ดูแลเงินงบประมาณที่เข้ามาจริงๆ เงินที่อยู่ในประเทศแต่ไม่ใช่คนที่เอาเงินเข้ามาแล้วเสี่ยงหากำไรในประเทศเรา พูดง่ายๆ เข้ามาตอน 30.50 บาท แต่เวลาอ่อนมา 23.50 บาท ผิดกันแค่ 50 สต.สมมุติให้เป็น 1 บาท เขาได้กำไรอัตราแลกเปลี่ยนเราแล้วตอนเอาเงินกลับไปดี นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะทำ พวกนี้เข้าง่ายออกง่าย หลายประเทศที่มีมาตรการบอกว่าจะเข้าได้แต่ต้องคุมให้อยู่ 6 เดือน 1 ปีก่อนจะออกไป ถ้าออกไปจากนั้นก็จะตัดพวกที่จะเอาเงินเข้ามาค้ากำไรออกไปได้บางส่วน เข้ามาซื้อหุ้น ขายหุ้น อย่างไรก็ดีเงินพวกนี้ก็จะไหลเข้ามารวดเร็วเพราะว่า QE ของอเมริกาปล่อยเงินออกมาเยอะ จริงๆ เวลานี้ตลาดทั่วโลกจะดีขึ้นไปเรื่อยๆ ฟิสซิคอลคลิฟอเมริกันก็หายไปแล้ว ยุโรปก็เริ่มจะมีสไตล์ที่ดีขึ้นเพราะว่าธนาคารยุโรปก็ปั๊มเงินเข้าไปหลายประเทศ เช่น สเปน ผมคิดว่าตอนนี้ภัยที่เราจะเห็นข้างหน้าลดไปได้บ้างพอสมควร

ถาม 8 ข้อที่ กกร.เห็นร่วมกันเรื่องที่การเสนอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทกับแบงก์ชาติจะเข้าไปยื่นข้อเสนอเมื่อไหร่คะ

ตอบ ก็คุยกันแต่ละระดับ บังเอิญท่าน รมต.พาณิชย์ต้องการจะพบเรา จะเข้าไปคุยเป็นอันดับแรก ต่อไปต้องไปคุยกับท่านรองนายกฯ และ รมว.คลังอีกที

ถาม อยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาเริ่มต้นเมื่อไหร่คะ ทันทีเลยหรือว่าอย่างไร

ตอบ ท่าน รมต.นัดเราวันที่ 6 ต่อไปเราก็พยายามจะนัดกับท่านผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ และ รมช.การคลังต่อไป

ถาม เรื่องของกองทุนเงินชดเชยส่วนต่างค่าแรง 300 บาท ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเม็ดเงิน 3 หมื่นล้านบาท หรือ 5 หมื่นล้านบาท ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าจากทางรัฐบาลว่าจะมีการตอบรับอย่างไร ส่วนของเอกชนเตรียมแผนรองรับเรื่องนี้อย่างไรบ้างครับ

ตอบ เวลาเข้าไปเจรจากับรัฐบาลต้องมีมาตรการให้เห็นว่าจริงๆ แล้วมีผลกระทบมากน้อยขนาดไหน ตอนนี้ถึงทำการเซอร์เวย์ให้มีตัวเลขให้ชัดเจนเวลาเข้าไปคุยกับรัฐบาลต้องมีตัวเลขที่ชัดเจนให้รู้ว่าผลกระทบคืออะไร การแก้ไขแบบนี้ 5 หมื่นล้านเหมือนหว่านไปแต่ไม่รู้จะให้ใครบ้าง SMEs คือใคร ธุรกิจไหนที่โดนกระทบมากที่สุด ให้มองเป็นระดับไป ผมว่าเราต้องทำตัวเลขพอสมควรให้รัฐบาล เข้าไปเจรจารัฐบาล แล้วบอกว่าจริงๆ น่าจะช่วยในระดับไหน มาตรการนี้ผมเห็นด้วยในการทำแต่เราต้องมีข้อมูลพอสมควรที่จะเข้าไปคุยกับรัฐบาล ตอนนี้ก็ทำอยู่ สภาหอการค้าก็ทำอยู่ สภาอุตสาหกรรมผมคิดว่าเขาก็ทำอยู่ ผมจะทำด้วยกัน