วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทิสโก้'ยันกนง.ไม่ลดดอกเบี้ย เหตุเสี่ยงเพิ่ม

"ดร.กำพล"ยันกนง.ไม่เลือกลดอัตราดอกเบี้ย สกัดเงินทุนไหลเข้า เพราะไม่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนจริง ย้ำฝืนเงินเคลื่อนย้ายไม่ได้

ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ เศรษฐกรอาวุโส บล.เทสโก้ ให้สัมภาษณ์ผ่าน"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เรื่อง"ดอกเบี้ยเครื่องมือดูแลค่าเงินและเศรษฐกิจ" หลังจากมีการถกเถียงกันอยู่ในหมู่ของสถาบันต่างๆและในกลุ่มของนักเศรษฐศาสตร์ ต่อกรณีค่าเงินบาทแข็งที่ส่งผลกระทบจากเงินทุนไหลเข้า

ดร.กำพล มองว่านโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ไม่ได้ดูเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียว แต่ใช้มาตรการดอกเบี้ยดูแลทั้งเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ กรณีหลายกลุ่มออกมาให้ลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้ค่าเงินบาทไม่แข็ง และสามารถกระตุ้นการส่งออกให้ฟื้นตัว ดร.กำพล กล่าวว่า ในอดีตข้อมูลการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ไงด้ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงต่อเนื่อง และที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่2.75% ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงแค่ระยะสั้นๆเท่านั้น

"เมื่อมีเงินทุนไหลเข้ามาก็ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจริง ดังนั้นมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยอย่างเดียว ดังนั้นจึงเห็นว่าการใช้ดอกเบี้ยไม่ใช่เครื่องมือทั้งหมด ต้องดูอย่างอื่นด้วย"ดร.กำพล กล่าว

ดร.กำพล กล่าวอีกว่า ถ้าหากลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินบาทอ่อน มีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องมือตัวนี้ แต่หากทำมีผลต่อต้นทุน และเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลเงินเฟ้อด้วย การเติบโตการปล่อยกู้ด้วย จะปล่อยกู้อย่างไร ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์มาก และอุปสงค์ในระบบก็มาก

"จะเห้นว่าการลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินบาทอ่อน แต่ต้นทุนการใช้จ่ายมีมากกว่าที่แบงก์ชาติต้องการ เพราะมีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำแล้ว ตั้งแต่น้ำท่วมเป็นต้นมา คณะกรรมการนโยบายการเงินลดอัตราดอกเบี้ยแล้วถึง0.75%"ดร.กำพล กล่าว

ดร.กำพล กล่าวด้วยว่าเครื่องมือทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ทั้งเรื่องแคปิตอล คอลโทร แต่ธปท.ไม่ทำ นอกจากการเร่งให้นักลงทุนออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อไม่ให้บาทแข่งค่ามากกว่า เพราะว่าสุดท้ายไม่สามารถฝืนกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของโลกได้ เพราะหากว่าฝืนจริงๆจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเข้ามา