วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ยังไม่ขยับเป้ารายเดือนจาก 1,485-1,500 จุด ดังนั้นเน้นอ่อนตัวซื้อช่วงเหวี่ยงระหว่างวัน SET View

แนวโน้ม SET วันนี้ แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น จะยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังคงอยู่ใน Momentum ขาขึ้น สะท้อนออกมาจากการที่ดัชนี VIX Index ยังคงแกว่งตัวอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย EMA 75 วันที่ 15.6 (ล่าสุด VIX Index อยู่ที่ 13.6) ทั้งนี้ในเชิงพื้นฐานแล้วไม่เพียงแต่ตลาดหุ้นสหรัฐจะได้รับปัจจัยหนุนจาก Earnings Revision บนกำไรในไตรมาสที่ 4 ของ S&P500 ที่ Consensus ปรับเพิ่มขึ้นจากขยายตัว 2.8% YoY เป็น 4.0% YoY เท่านั้น ยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย


ผลสำรวจจาก AAII ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุด 23 ม.ค.2556) พบว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเพิ่มขึ้น 8.4% WoW สู่ระดับ 52.3% สูงที่สุดตั้งแต่ ม.ค.2554 สวนทางกับสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐกำลังกลับสู่แนวโน้มขาลง ซึ่งลดลง 3.1% สู่ระดับ 24.3% ส่งผลให้ล่าสุดสัดส่วน Bull Vs Bear Spread ของตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 28.1% สูงที่สุดตั้งแต่ ก.พ.2555


อย่างไรก็ดีในระยะสั้นเรายังคงไม่ขยับเป้าหมายของ SET ในช่วงก่อนจบ มี.ค.2556 ขึ้นจาก 1,485-1,500 จุด เนื่องจากเรายังคงกังวลกับความเสี่ยงระยะสั้นจากฝั่งยุโรป ที่อาจจะเข้ามาส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรบริเวณดังกล่าวของ SET โดยเฉพาะผลกระทบจากการที่ 278 ธนาคารในยูโรโซนมีแผนที่จะชำระคืนเงินกู้จากโครงการ LTRO ราว 1.37 แสนล้านยูโรในวันที่ 30 ม.ค.2556 สูงกว่าที่ Consensus เคยประเมินไว้ที่ 8.4 หมื่นล้านยูโร ซึ่งอาจจะส่งผลให้มีสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกบางส่วนถูกดึงกลับไป


กลยุทธ์การลงทุน สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,445 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” โดยมีเป้าหมายก่อนจบ มี.ค.2556 ที่ 1,485-1,500 จุด ในหุ้นกลุ่มบ้าน ได้แก่ LALIN, NOBLE, PRIN, SENA, SPALI และและรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ CNT, STEC, TTCL ร่วมกับหุ้น BCP, IVL, SCB, TCAP, SAT, STANLY, RS, MFEC และ SAMART (ปิดต่ำกว่า 1,445 (+/-5) จุด “ขาย”)


Stock Picks


STANLY (+) ประกาศผลประกอบการงวด 3Q55 (ต.ค.–ธ.ค.2555) ศุกร์นี้ (1 ก.พ.) คาดกำไรจะทะลุหลัก 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ และดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 367 ล้านบาท เนื่องจากโรงงานใหม่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่องและปีก่อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะรับรู้รายได้พิเศษซึ่งเรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ คือ ค่าสินไหมประกันมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน มี.ค.2556 แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 300 บาท


CNT (+) บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2556 ไว้ที่ 8 พันล้านบาท เติบโตราว 5-10% จากปี 2555 และตั้งเป้างานในมือขยับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาทในปี 2556 โดยที่ปัจจัยหนุนหลักๆจะมาจากการแนวโน้มของบริษัทญี่ปุ่นที่จะเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในประเทศไทยมากขึ้น และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการเกษตร และรถยนต์ ขณะที่เป้าหมายอัตรากำไรขึ้นต้นที่ 6-8% จะส่งผลให้บริษัทน่าจะยังคงรักษาอัตราส่วนกำไรสุทธิที่ราว 4.9% เทียบกับอุตสาหกรรมที่ 3.1% ไว้ได้ด้วย ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “เก็งกำไร” โดยมีจุด Cut Loss และแนวรับที่ 11.40 บาท และแนวต้าน 12.40/ 13.50 บาท


Technical Plays


ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดบวกยืนเหนือ 1464 จุด เป็นแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1465-1480 จุด ในแง่ของกลยุทธ์ทางเทคนิค ถ้าดัชนียืนเหนือ 1465 จุด เป็นสัญญาณถือหุ้นหรือเลือกซื้อเก็งกำไรเป็นรายตัว กรณีต่ำกว่า 1450 จุด จะเป็นสัญญาณขาย