"กิตติรัตน์"โยนบาปแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยทำเงินไหลเข้า ดันบาทแข็ง บอกเห็นใจเอกชนที่ได้รับผลกระทบ แนะเป็นจังหวะนำเข้าสินค้าทุน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทในขณะนี้ว่า เห็นใจเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้น แต่หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่ามีเอกชนบางกลุ่มได้รับอานิสงส์จากการแข็งค่าเงินบาทเช่นกัน เพราะสามารถนำเข้าสินค้าได้ในราคาถูกลง สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้มองว่าเป็นการทำงานของกลไกทางการเงิน
เขากล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งในขณะนี้เพราะเกินดุล ทั้งดุลการค้า ดุลบริการ ดุลการชำระเงิน ส่วนตัวพยายามมองและเตือนมาตั้งแต่แรกๆ แล้วว่าการเกินดุลมากจะส่งผลไม่ดีต่อเศรษฐกิจ แต่บางฝ่ายไม่เชื่อและปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้นจึงเป็นแรงดึงดูดเงินมากขึ้น หากให้ความเห็นมากก็อาจจะเป็นการก้าวก่ายการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
สำหรับการช่วยเหลือเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทนั้น มีมาตรการหลายอย่างที่รองรับ เช่น หากค่าเงินบาทแข็งก็ซื้อเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งรัฐบาลมีสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ในการนำเข้าเครื่องจักร ทดแทนเครื่องจักรเดิม ขายเครื่องจักรเก่าหากได้กำไรก็ไม่ต้องเสียภาษี ซื้อเครื่องจักรใหม่หากพอมีกำไรและหักค่าเสื่อมได้เร็วก็เป็นผลดี เงินกองทุนต่างๆ ในสถาบันการเงินที่เอกชนสามารถกู้ได้ก็ยังคงมีอยู่








