วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลิสซิ่งห่วงหนี้เน่าโผล่ สังเวยรถคันแรก

ลิสซิ่งระทึก!หนี้เน่าอีโคคาร์โผล่ครึ่งปีหลัง สังเวย"รถคันแรก" ลูกค้าทิ้งเงินดาวน์

นายอิสระวงศ์รุ่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวในฐานะประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยว่า รถยนต์คันแรกมียอดจองทั้งสิ้นประมาณ 1.2 ล้านคัน ณ ปัจจุบัน ได้มีการส่งมอบให้กับลูกค้าแล้ว 50% หรือ ประมาณ 6 แสนคัน ในจำนวนนี้แบ่งเป็น รถเก๋ง รถปิคอัพ และ รถประหยัดพลังงาน หรือ อีโคคาร์ ซึ่งอีโคคาร์คิดเป็น 40-50% ของ 6 แสนคัน

จากฐานข้อมูล พบว่า ในขณะนี้ เช่าซื้อทั้งระบบ ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของ รถอีโคคาร์ อย่างต่อเนื่องไปถึงกลางปีนี้ หลังจากที่ได้รับเงินคืนจากมาตรการภาษีรถยนต์คันแรก เพราะเกรงว่าจะมีปัญหา เช่น ลูกค้าอาจไม่ยอมส่งค่างวดที่เหลือ หรือปล่อยให้เช่าซื้อยึดรถ และกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณ ของเอ็นพีแอล จากรถยนต์คันแรก ต้องรอให้ คนถือครองรถครบ 1 ปีก่อน ซึ่งน่าจะเห็นสัญญาณได้ในครึ่งปีหลัง

ประเด็นที่มองว่า อีโคคาร์ มีความเสี่ยงกว่ารถยนต์ประเภทอื่น เพราะ1. มีการดาวน์ต่ำกว่า 20% ประการที่ 2 มีการผ่อนนานเกิน 72 เดือน และ3.มีเงินเดือน หรือ มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในช่วงที่มาขอสินเชื่อกลุ่มนี้ก็ไม่ได้คำนึงถึง ค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น น้ำมัน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์พอถึงเวลาผ่อน ก็อาจผ่อนไม่ไหว ซึ่งเรื่องนี้เช่าซื้อกำลังเฝ้าติดตามอยู่

"ตอนนี้เช่าซื้อกำลังเฝ้าติดตามอีโคคาร์ว่าจะมีปัญหาหรือไม่ แต่ต้องรอถึงกลางปีนี้เพราะจะครบ1 ปีของการได้รับเงินคืนจากภาษี ซึ่งในกลุ่มอีโคคาร์ได้ประเมินเอาไว้ว่าจะมีความเสี่ยง 20% หรือคิดเป็น 96,000 คัน จากยอดอีโคคาร์ทั้งหมด เพราะมีการดาวน์ต่ำกว่า20%ผ่อนนานถึง 72 งวด แถมมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 10,000 บาทอีก จึงคิดว่าน่าจะมีความเสี่ยงสูง"

ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวอีกว่าสมาคมฯได้มีการหารือถึงเรื่องนี้กันมาโดยตลอด เกี่ยวกับ อีโคคาร์ เพราะเกรงว่าในอนาคต อาจเป็นเอ็นพีแอลได้ โดยเฉพาะการให้ดาวน์ต่ำกว่า 20% ผ่อนนาน 72 งวด หากดำเนินการในลักษณะนี้จะมีความเสี่ยงสูง แต่พอทุกคนกลับไปยังที่สำนักงานก็ต้องเจอกับเป้าหมายสินเชื่อ กำหนดมาร์เก็ตแชร์ กำหนดวอลุ่ม จึงลืมตรงจุดนี้ไป

สำหรับอัตราการเติบโตของรถยนต์ในปี 2556 มีทิศทางที่ลดลงโดยคาดว่าจะมียอดรถยนต์อยู่ที่ 1.3-1.4 ล้านคัน ในขณะที่สินเชื่อก็จะเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาท จาก สิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 8.3-8.5 แสนล้านบาท เอ็นพีแอลในสิ้นปีที่ผ่านมา น่าจะสูงขึ้นเล็กน้อย โดย ณ ก.ย.2555 อยู่ที่ 1.32% ขณะที่ สิ้นปี 2554 อยู่ที่ 1.15%