'เจ้าสัวเจริญ'ใกล้ปิดดีลเทคฯF&N รวบหุ้นได้แล้ว 45.61% "ลี เซียน หยาง"ประธานเอฟแอนด์เอ็นเผยกรรมการ 4 คนสมัครใจขายหุ้น
หลังจากประกาศความคืบหน้า การซื้อหุ้นบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็นมาได้กว่า 42.5% เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดกลุ่มทุนไทย "เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี" เจ้าของแบรนด์"ช้าง" ก็ประกาศความสำเร็จเพิ่มเติม ด้วยการรวบซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นมาได้อีกล็อต เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเอฟแอนด์เอ็น ของฝั่งเจ้าสัวเจริญ เพิ่มขึ้นมาเป็น 45.61% โดยซื้อมาได้ตามราคาที่ประกาศล่าสุด คือ 9.55 ดอลลาร์สิงคโปร์/หุ้น
โดยบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ ได้ออกประกาศชี้แจงเผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เช้านี้ (28 ม.ค.) ระบุว่า กลุ่มทุนของนายเจริญ สามารถซื้อหุ้นเอฟแอนด์เพิ่มได้เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2556 โดยได้รับจำนวนหุ้นเพิ่มไปอีกกว่า 4,588,000 หุ้น ในราคา 9.55 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น รวมยอดซื้อเดิมกว่า 657 ล้านหุ้น และทำให้ล่าสุดกลุ่มของนายเจริญ ถือหุ้นได้เอฟแอนด์เอ็นแล้วกว่า 45.61%
สำนักข่าวบูมเบิร์ก รายงานว่า นายลี เซียน หยาง (Lee Hsien Yan) ประธานกรรมการ บริษัท เฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) และกรรมการอีก 3 ราย เตรียมขายหุ้นที่ถืออยู่ในเอฟแอนด์เอ็นให้กับ บริษัททีซีซีแอสเซทส์ บริษัทคู่สัญญาที่ทำคำเสนอซื้อ ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เนื่องจากได้ราคาดีขึ้นโดยปรับจากยอดรวม 11,200 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น) มาเป็น 13,800 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งมาจากการเสนอราคาซื้อล่าสุดที่หุ้นละ 9.55 ดอลลาร์สิงคโปร์
กรรมการ 3 คน ตามคำกล่าวของนายลี ที่ระบุว่าได้แสดงความจำนงจะขายหุ้นให้ตามคำเสนอซื้อของกลุ่มนายเจริญ ประกอบด้วย Timothy Chia Chee Ming, Tan Chong Meng and Nicky Tan Ng Kuang รวมถึงกองทุนมรดกของ Kwa Siew Tee ซึ่งถือหุ้นเอฟแอนด์เอ็นอยู่ด้วย โดยนายลี เป็นหนึ่งใน3 ของผู้จัดการกองมรดกดังกล่าว
สำหรับสัดส่วนหุ้นที่กรรมการทั้ง 4 ของเอฟแอนด์เอ็นเล็งเสนอขาย ประกอบด้วย นายลี ถือหุ้นเอฟแอนด์เอ็นอยู่กว่า 1.8 แสนหุ้น Timothy Chia Chee Ming ถืออยู่ 15,187 หุ้น, Tan Chong Meng ถือ 30,000 หุ้น, Nicky Tan ถืออยู่ 50,000 หุ้น และกองมรดก the Kwa estate อีก 408,240 หุ้น ซึ่งทั้งหมดได้ทำหนังสือแสดงเจตจำนงในการขายร่วมกัน
กรรมการทั้ง 4 คน อยู่ในคณะกรรมการบริหารของเอฟแอนด์เอ็น จากกรรมการบริหารทั้งสิ้น 9 คน โดยทั้งหมดมีอิสระในการที่จะขายหุ้นออกไปตามความสมัครใจ
สำหรับนายลี เซียน หยาง เป็นน้องชายของ นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เคยนั่งตำแห่งประธานธกรรมการบริหาร บริษัท สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชั่นส์ หรือสิงเทล ก่อนจะมานั่งเก้าอี้ประธานกรรมการเอฟแอนด์เอ็น เมื่อปี 2550









