ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายประการ เช่น 1) ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐและจีนที่ออกมาดีในสัปดาห์ก่อน
ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น 2)ต่างชาติมีโอกาสซื้อสุทธิต่อ 3)ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นซึ่งจะส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงาน 4)ดัชนีในภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก
แนวรับ/แนวต้าน: 1454/1470
กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน
สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%
นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร ITD , TICON , BBL
นักลงทุนระยะยาว: ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และหุ้นที่ให้ปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำให้ซื้อและถือยาว คือ WHA , BCP , DEMCO , KBANK
จับข่าวมาเก็งกำไร
BCP :นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เผยว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2556 จะมีรายได้ก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเลื่อม (EBITDA) ประมาณ 10,000 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปี 2555 โดยปัจจัยสนับสนุนเกิดขึ้นจากทางบริษัทจะสามารถเดินเครื่องกลั่นน้ำมันเฉลี่ยได้ทั้งปีที่จำนวน 1.1 แสนบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ รวมทั้งในปีนี้ทางบริษัทยังไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุงประจำปี จึงทำให้ BCP สามารถเดินเครื่องกลั่นน้ำมันได้อย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ประเมินค่าการกลั่นเฉลี่ยไว้ 7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ Sunny Bangchak เฟส 2 ที่อำเภอบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตจำหน่ายรวม 32 เมกะวัตต์จะมีแนวโน้มจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไดภายในไตรมาสที่ 1/56 ขณะที่โรงไฟฟ้าเฟส 1 ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 44 เมกะวัตต์ ดังนั้น เมื่อรวมกำลังการผลิตทั้ง 2 เฟส จะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์รวมทั้งสิ้นระดับ 70 เมกะวัตต์ และสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท (แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 42.75 บาท)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
-สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยประเมินว่าอุตสาหกรรมเครื่องหนังและสิ่งทอของไทยไม่ต่ำกว่า 100 ยี่ห้ออยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อย้ายฐานการผลิตไปยังกัมพูชาและพม่าและเวียดนามเนื่องจากได้รับผลกระทบจากค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทและรองรับการผลิตที่เพิ่มขั้นจากการเปิดเออีซี
+ธนาคารโลกประเมินว่าในปี 56 นั้นอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 5.5% เพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่เติบโตราว 4% สืบเนื่องจากการลงทุนของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 15% แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงของค่าเงินและราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มลดลงซึ่งอาจจะกระทบกับการเติบโตของเศรษฐกิจได้
ปัจจัยต่างประเทศ
+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 70.65 จุดหรือ 0.51% ปิดที่ 13,895.98 หลังดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันและสูงสุดในรอบ 6 เดือน และคาดการณ์ว่าผลประกอบการณ์ในไตรมาสที่ 4/55 จะยังแข็งแกร่งแม้ว่ายอดขายบ้านใหม่ในเดือน ธ.ค. ลดลง 7.3%
- ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน ก.พ. ปิดปรับตัวลดลง 0.07 ดอลลาร์หรือ 0.07% ปิดที่ 95.88ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องากยอดขายบ้านลดลงในเดือน ธ.ค. และวิตกต่อการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตามราคายังถูกหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง









