บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERAWAN เป็นบริษัทผู้นำในด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
ที่มีโรงแรมภายใต้การบริหารทั้งหมด 16 แห่ง และธุรกิจ Retail Property อีกหนึ่งแห่ง เราแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 6.33 บาท อิงจาก 20% Discount จาก RNAV
เราแนะนำหุ้น ERAWAN : ในแง่ของการเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจ Economy Hotel หรือ Budget Hotel บริษัทยังได้มีโครงการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) และคาดว่าจะมี Upside จากกำไรส่วนเกินทุน (Capital Gain) หากมีการประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทย
ดิ เอราวัณ กรุ๊ปได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเนื่องจากบริษัทมีการกระจายความเสี่ยงโดยลงทุนในทุกกลุ่มโรงแรมตั้งแต่โรงแรมระดับพรีเมียม (Luxury Hotel) จนถึงโรงแรมต้นทุนต่ำ (Budget Hotel) ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในประเทศ
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ยังได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้นำตลาดโรงแรมต้นทุนต่ำระดับสากล : คาดบริษัทจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในรอบ 2-3 ปีข้างหน้า ปลดล็อคมูลค่าสินทรัพย์ ในการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนระยะสั้นและมูลค่าบริษัทในระยะยาว บริษัทได้ตัดสินใจขายสินทรัพย์เข้าสู่กองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อปลดล็อคมูลค่าทรัพย์สิน
ขณะนี้อยู่ระหว่างการขายโรงแรมต้นทุนต่ำสองแห่งคือ IBIS ป่าตอง และ IBIS พัทยา เข้าสู่กองทุนอสังหาริมทรัพย์และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/56 ในอนาคตบริษัทวางแผนที่จะขายสินทรัพย์อย่างน้อยหนึ่งแห่งต่อปีเข้าสู่กองทุนอสังหาริมทรัพย์
เราเชื่อว่าการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในครั้งนี้จะเป็นการหมุนทุนสำหรับแผนการขยายกิจการในอนาคตโดยไม่กระทบต่องบดุลของบริษัท สมมุติฐานแบบอนุรักษนิยมชี้ให้เห็น Upside ถ้าหากสินทรัพย์ได้รับการประเมินใหม่ กำไรจากการขายสินทรัพย์ (มูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท) และผลตอบแทน 87% จากการขายตึกเพลินจิตเซนเตอร์ในปี 2554 ตอกย้ำวิธีการประเมินสินทรัพย์แบบอนุรักษนิยมที่อิงต้นทุนในการลงทุนมากกว่ามูลค่าปัจจุบัน
เราเชื่อว่าจะมี Upside เกิดขึ้นในอนาคตหากบริษัทขายสินทรัพย์เพิ่มเติม : ธุรกิจหลักฟื้นตัว & ขายสินทรัพย์เข้ากองทุน บริษัทจะมีการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 2/56 เราคาดบริษัทจะได้รับกำไรราว 640 ล้านบาท (ซึ่งไม่ต้องนำไปคิดภาษีในปี 2556)
ดังนั้น คาดกำไรสุทธิจากธุรกิจหลักในปี 2556 จะเพิ่มขึ้น 79% เป็น 192.2 ล้านบาท เทียบกับคาดการณ์ทั้งปี 2555 ของเราที่ 107.3 ล้านบาท
นอกจากนั้น บริษัทยังวางแผนที่จะขายสินทรัพย์ 1 แห่งในทุกๆ ปีให้กับกองทุนเพื่อที่จะจ่ายคืนหนี้และสนับสนุนแผนการขยายกิจการในอนาคต แผนการขายสินทรัพย์นี้จะทำให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลดลงเป็น 1.6X ในปี 2556 และ 1.4X ในปี 2557
หากไม่รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์นี้ เราคาดว่ากำไรหลักสุทธิจะเติบโตที่ CAGR ราว 50% ในรอบ 2-3 ปีข้างหน้า ด้วยอานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ความนิยมของโรงแรมราคาถูก และฐานกำไรที่ต่ำ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าบริษัทจะเล็งกลยุทธ์การเติบโตในโรงแรมราคาประหยัดมากขึ้น
แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 6.33 บาท: เราประเมินราคาหุ้นด้วยวิธี Revalued Net Asset Value (RNAV) โดยให้มูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท (คือ โรงแรม 16 แห่ง ที่ดินเปล่า และ ดิ เอราวัณ เซนเตอร์) ที่ราคาตลาดปัจจุบัน หากคิดผลกระทบการ Dilution จากการแปลงสภาพของ Warrant และ ESOP ทั้งหมด RNAV ต่อหุ้นจะมีราคาเท่ากับ 7.91 บาท และ อิงจากสมมุติฐานแบบอนุรักษนิยมโดยมี 20% Discount จะได้ราคาเป้าหมายที่ 6.33 บาท









