วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สอท.ชง7มาตรการเสนอธปท.แก้บาทแข็ง

ส.อ.ท.ชง 7 มาตรการ เสนอแบงก์ชาติ เร่งแก้ค่าบาทแข็ง ชี้เลิกเปรียบเทียบค่าเงินกับภูมิภาคที่ไม่ได้เป็นคู่แข่งทางการค้า

นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เชิญผู้ประกอบการ 25 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเข้าหารือด่วนถึงมาตรการที่จะเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วงสัปดาห์หน้า ทั้งสิ้น 7 มาตรการ คือ

1.ต้องการให้ แบงก์ชาติดูแลไม่ให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นอย่างผันผวนดังนั้นแบงก์ชาติต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ 2. อย่าให้ค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าคู่แข่งในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งหากแข็งค่าขึ้นมากกว่า 3% ถือว่าเป็นเรื่องหนักหนา

สำหรับผู้ประกอบการ โดยขณะนี้ ถือว่าค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซียแข็งค่า 2.2% อินโดนีเซียแข็งค่า 0.05% แต่ไทยแข็งค่าขึ้น 3.13% เป็นต้น ขณะที่ฮ่องกงและสิงคโปร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง

3.ปลดลอคการถือครองเงินตราต่างประเทศ 4.ต้องการให้กลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี เข้าถึงกลไกและมาตรการต่างๆมากขึ้น เช่น ให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐลดวงเงินค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลดการป้องกันความเสี่ยงให้มีขนาดเล็กลง กำหนดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมให้เหมาะสม เช่น ค่าปริวรรตเงิน แยกวงเงินความเสียหายจากอัตราแลกเปลี่ยนออกจากวงเงินสินเชื่อ 5.แยกเงินที่ไหลเข้ามาเป็นเงินต่างประเทศแปลงเป็นเงินบาทเพื่อมาหาประโยชน์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชัดเจน6.สนับสนุนผู้ประกอบการให้ลงทุนในต่างประเทศ และ 7. สนับสนุนการลงทุนภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้แบงก์ชาติยกเลิกการเปรียบเทียบค่าเงินบาทของไทยกับประเืศที่ไม่ใช่คู่แข่งทางการค้า เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่ให้เปรียบเทียบในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และเชื่อว่าในช่วง 2-3 เดือนค่าเงินจะมีความผันผวนแต่แนวโน้มที่จะที่ค่าเงินจะแข็งค่าขึ้นจะมากกว่านี้