วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ตีรณ'อัดเละ'จำนำข้าว-รถคันเเรก'ก่อปัญหา

"ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์"วิเคราะห์นโยบายประชานิยมของรัฐบาลนี้ก่อปัญหามาก อัดเละ"จำนำข้าว-รถคันเเรก" เเต่รัฐบาลไม่รับผิด

ศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย ออกมาชี้แนะทิศทางนโยบายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในช่วงค่าเงินบาทแข็งค่า และการดำเนินนโยบายประชานิยมที่เข้มข้นขึ้นของรัฐบาล ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี

ศ.ดร.ตีรณ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในช่วงนี้เเละความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี2558 สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในช่วงนี้่อยู่ในกลุ่มน่าตกใจ เพราะสถานการณ์โลกเเละรอบบ้านประเทศไทยไม่ค่อยดีในช่วง2-3ปีนี้ เเม้อเมิรกา ญี่ปุ่นที่เริ่มดีขึ้น เเต่ยังไม่เเน่นอน ค่าเงินบาทจึงเเข็งขึ้น ส่วนต้องมีมาตรการเเทรกเเซงหรือไม่นั้น ค่าเงินบาทเเข็งตามภูมิภาคในขาขึ้นบางช่วงระยะ เพราะจีนฟื้นตัวในบางอย่างเเต่มีปัญหากับญี่ปุ่นอยู่ ยุโรปมีบางอย่างน่ากังวล เช่น1ปีเศษมานั้นบางประเทศส่อสัญญาณวิกฤตรอบสองเช่นสเปน อิตาลี โปรตุเกส กรีซ อังกฤษส่วนเยอรมันดีที่สุดเเต่ยังเเสดงอาการไม่ค่อยดีในการดึงเงินลงทุนในต่างประเทศกลับมาในประเทศตัวเอง นักลงทุนจึงมองว่ายังไม่ถึงเวลา ส่วนอเมริกายังไม่ชัด ขณะที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนนโยบายเงินเฟ้อใหม่ให้สูงขึ้น เม็ดเงินทั่วโลกกังวลว่าควรลงทุนที่ใดดีจึงเข้ามาในเอเชีย

ส่วนสภาวะโลกที่เป็นเเบบนี้ไทยควรปรับตัวเช่นใด เพราะนโยบายประชานิยมของรัฐบาลนี้จะมีผลกับเศรษฐกิจไทยเช่นใดนั้น ศ.ดร.ตีรณ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดในประเทศที่มีปัญหา รัฐบาลต้องการหาเสียงตอบรับกับประชาชน เพราะนำเงินที่ควรลงทุนกลับนำมาใช้ โดยนำเงินกู้คือเงินในอนาคตมาใช้ก่อน เเละปล่อยให้รัฐบาลอื่นรับผิดชอบหากใช้มากนั้น เงินนี้ไม่ได้ลงทุนไม่มีการกลับคืนนโยบายนี้คือใช้ต้นทุนอนาคตที่หมดไป ระยะหนึ่งที่ยังบอกไม่ได้ว่านานเท่าใดนั้นความเสี่ยงของประเทศจะมากขึ้น ยุโรปใต้เเละกรีซเคยใช้นโยบายนี้โดยไม่คิดว่าน่าจะเกิดปัญหา เเต่เมื่ออเมริกาเกิดปัญหากรีซจึงเกิดปัญหาตามมาฟิลิปปินส์ก็เช่นกัน เพราะคนที่บริหารรัฐบาลตอนนั้นไม่รับผิดชอบในนโยบายเเบบนี้หากสถานการณ์โลกดีขึ้น ประเทศที่ใช้นโยบายนี้ก็ไม่ได้ดีขึ้นตามไปด้วยเเละทรุดไปนาน ฟื้นตัวช้า หากประเทศนั้นสถานการณ์ปกติไม่ต้องใช้นโยบายนี้อย่างยิ่ง

"นโยบายรถคันเเรก จำนำข้าว ท้ายสุดจะบานปลายเเละถอนไม่ได้ ตรงนี้เป็นปัญหาที่ต้องเเก้ไขที่ทำได้ยาก ส่วนบริหารเเบบไม่รับผิดชอบนั้น ใครควรรับผิดชอบเพราะว่าคนจนจะกระทบมากสุด เพราะไม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ วิกฤตในอนาคตที่จะเกิดขึ้นนั้นค่าครองชีพจะสูงมาก ส่วนชนชั้นกลางจะโดนเก็บภาษีที่มากขึ้นเพราะรัฐไม่มีรายได้ นักลงทุนจะโยกการลงทุนไปในประเทศอื่นเเทนไทย เพราะลาตินอเมริกาเคยเกิดเเบบนี้มาเเล้ว นโยบานนี้เกิดจาดความรู้สึกโดยไม่ได้มองอนาคต เช่นรถคันเเรก ผู้ประกอบการดีใจที่สุดเเต่คนซื้อจะได้รถเพราะความรู้สึกเเทนเรื่องเเบบนี้รัฐบาลที่ทำนั้นจะไม่รับผิดชอบเพราะอาจพ้นตำเเหน่งไปเเล้วหลังปัญหาเกิด คนที่มาใหม่ต้องเเก้ไขเเทนทฤษฎีนี้นั้นทำไปเเบบตำน้ำพริกละลายเเม่น้ำเพราะประวัติศาสตร์โลกบอกมาเเล้ว นักวิชาการส่วนใหญ่คิดคล้ายกัน เว้นเเต่บางคนที่มองว่าเงินกู้ยังกู้ได้เท่านั้น"ศ.ดร.ตีรณ กล่าว

ศ.ดร.ตีรณ กล่าวอีกว่า การรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจเเบบเสถียรภาพนั้น1.ต้องมีเทคโนโลยี การลงทุน การพัฒนา คุณภาพคน ที่ต้องใช้เงินลงทุน เเต่ไทยนั้นเริ่มลงทุนด้านเหล่านี้เเล้ว 2.เว้นเเต่ด้านวิจัยที่ลงทุนน้อยมาก 3.เงินออม เเม้รัฐบาลมองว่าประชาชนควรจับจ่ายใช้สอยเพื่อจีดีพีที่เติบโตเเต่มันเติบโตระยะสั้น เเต่การออมนั้นจะเติบโตเเบบยั่งยืน เพราะเวลาลงทุนไม่ต้องกู้จากต่างประเทศส่วนข้อเเนะนำรัฐบาลในการเเก้ไขปัญหาระยะสั้นเเละยาวนั้นต้องจัดงบลงทุนระยะยาวเหมาะสม สิ่งใดที่เอกชนลงทุนได้ควรปล่อยเอกชน เช่น จำนำข้าวเเละรถคันเเรกนั้นควรจะเลิกเพราะเป็นนโยบายที่มีปัญหาส่วนการเตรียมตัวเข้าประชาคมอาเซียนั้นไทยควรพร้อม เพราะมีมาตรฐานกลางในทางดี เเต่ความพร้อมยังไม่มากนัก รัฐบาลควรจัดขบวนให้ระบบที่ดีขึ้น เช่นการลดภาษีนิติบุคคลที่ดีเเล้วเเต่ควรปรับระบบอื่นๆเช่นการลงทุนทางธุรกิจที่ควรโปร่งใส