สอท.เตรียมเข้าหารือแบงก์ชาติสัปดาห์หน้า หามาตรการสกัดบาทแข็ง ลดแรงจูงใจเก็งกำไร"ค่าเงิน" ก่อนงัดไม้แข็ง"แคปิตอล คอนโทรล"
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.จะหารือกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในวันที่ 25 ม.ค.2556 เกี่ยวกับสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า เพื่อสรุปความเห็นของผู้ประกอบการเสนอนายประสาน ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสัปดาห์หน้า โดยขณะนี้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากและการห้ามเงินต่างประเทศไหลเข้ามาก็เป็นเรื่องยากทั้งที่เงินต่างประเทศไหลเข้ามาเพื่อซื้อพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งภาครัฐควรลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อลดแรงจูงใจที่เข้ามาเก็งกำไรในไทยและถ้าปล่อยให้เงินบาทเข้ามามากจะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
โดยภาคเอกชนจะสอบถามว่า ธปท.จะมีวิธีการจัดการอย่างไร เพราะดอกเบี้ยนโยบายขึ้นกับอัตราเงินเฟ้อด้วย และอัตราเงินเฟ้อคงไม่ลดลงจึงต้องมาหาทางดูว่ามีวิธีการใดที่จะลดแรงจูงใจเงินทุนต่างชาติที่ต้องการไหลเข้าไทย ซึ่งหลายประเทศก็ลดดอกเบี้ยลงจนใกล้ 0 % จึงควรมาดูว่าไทยจะลดดอกเบี้ยได้หรือไม่อย่างไร
นายวัลลภ กล่าวว่า ส.อ.ท.จะหารือกับ ธปท.ว่ามีวิธีการใดที่จะทำให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่าไปมากกว่าภูมิภาค เพราะเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าอีกและค่าเงินอาจอยู่ที่ 28 บาท จะกระทบกับเอสเอ็มอีมาก รวมทั้งจะหารือกับ ธปท.เพื่อหาวิธีที่จะช่วยเอสเอ็มอีในการทำประกันความเสี่ยงค่าเงินกับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารกำหนดให้ผู้ทำประกันความเสี่ยงค่าเงินต้องมีวงเงินสินเชื่อเท่ากับวงเงินที่จะประกันความเสี่ยงค่าเงินทำให้เอสเอ็มอีมีปัญหาเข้าถึงการประกันค่าเงิน โดยต้องการให้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขดังกล่าว 6 เดือน เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี
นอกจากนี้ ถ้า ธปท.เห็นว่ามีเงินทุนไหลเข้ามามากควรนำมาตรการแคปิตอล คอนโทรลมาใช้ทันที และควรเก็บภาษีรายได้จากผลต่างดอกเบี้ยของเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามา โดยถ้า ธปท.มีมาตรการใดที่ดำเนินการได้ก็ควรนำมาตรการนั้นออกมาใช้ทันทีเมื่อถึงเวลาที่จำเป็น
นายวัลลภ กล่าวว่า ปี 2555 ค่าเงินบาทเฉลี่ย 30.94 บาท เป็นระดับที่ผู้ส่งออกพอใจจึงเห็นว่า ธปท.ควรดูแลค่าเงินบาทให้มีระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว แต่นับตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทอยู่ที่ 29.97 บาท แข็งค่าขึ้น 3.95 % เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทเฉลี่ยปีที่แล้ว โดยค่าเงินบาทเริ่มแข็งตัวเร็วขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.ปีที่แล้วและแข็งค่าเร็วทำให้ผู้ประกอบการคาดว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนอีก






