เหวี่ยงระหว่างวันไม่หลุด 1,420 (+/-5) จุด เป็นการทำฐานเพื่อทำจุดสูงสุดใหม่ 1,485 จุด
SET View
แนวโน้ม SET วันนี้ การที่วานนี้ SET ไม่สามารถยืนเหนือเหนือ 1,445 จุดไม่ได้ ส่งผลให้ระหว่างวัน SET ลงไปพักฐานในกรอบ 1,420 (+/-5) จุดก่อนขยับขึ้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามที่เราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดีเรามองว่าปัจจัยลบที่เข้ามาสร้างความกังวลให้กับตลาดเมื่อวานนี้ ทั้งในส่วนของความผิดหวังกับผลการประชุม BOJ ในประเด็นช่วงเวลาเริ่มโครงการซื้อสินทรัพย์แบบไม่จำกัดเวลา (Open-Ended Asset Purchases) และปัจจัยลบในประเทศที่เกิดจากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเกณฑ์หุ้น Cash Balance ของตลาดหุ้นไทยไม่มีน้ำหนักพอที่จะส่งให้ SET เปลี่ยนแนวโน้มจากขึ้นเป็นลงได้ โดยที่เรายังคงยืนยันว่าการปรับตัวลงของ SET ที่อาจจะเกิดขึ้น ตราบใดที่ยังปิดไม่ต่ำกว่ากรอบ 1,420 (+/-5) จุด เป็นการพักตัวลงเพื่อขึ้นไปต่อ โดยที่เบื้องต้นเรามองไว้ที่ 1,485 จุดก่อนจบ มี.ค.2556
การที่ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 285:144 ให้ผ่านร่างกฎหมายการขยายเพดานหนี้ออกไปจนถึงวันที่ 19 พ.ค.2556 ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ได้ชั่วคราว จะเป็นปัจจัยหนุนในระยะสั้นกับตลาดหุ้นโลก เนื่องจากผลสำรวจล่าสุด (17 ม.ค.2556) จาก Bloomberg ระบุชัดเจนว่าความเสี่ยงที่นักลงทุนในตลาดหุ้นโลกกังวลมากที่สุดในระยะสั้นราว 36% คือความเสี่ยงทางการคลังของสหรัฐ ตามมาด้วยวิกฤติหนี้ในยูโรโซนราว 29% และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนราว 15% ขณะที่ล่าสุด Consensus ประเมินระดับ Potential Upside Gain เมื่อเทียบกับมูลค่าเป้าหมายในปี 2556 ของตลาดหุ้นโลก และเอเชียไว้สูงถึง 6.3% และ 11.3% ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกกับตลาดหุ้นไทยด้วย
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,420 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” เก็งกำไรในกรอบ 1,420-1,445 และ 1,445-1,485 จุด ในหุ้น BCP, IVL, SIRI, SAT, STANLY, AMATA, SCB, TCAP, MFEC, SAMART, TUF และ AGE (***กรณีปิดต่ำกว่า 1,420 (+/-5) จุด “ขาย”***)
Stock Picks
WORK (+) เราอยู่ระหว่างทบทวนมูลค่าเหมาะสม และมีแนวโน้มที่เราจะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เราประเมินเท่ากับ 40.90 บาท (เทียบเท่า P/E ratio 17.5 เท่า) จากแนวโน้มการเกิดดิจิตอลทีวีในประเทศไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความสนใจในธุรกิจสื่อโทรทัศน์มากขึ้น และดิจิตอลทีวีเป็นโอกาสของผู้ผลิตคอนเทนต์รายการทีวีชั้นนำอย่าง WORK ที่จะได้งานรับจ้างผลิตรายการทีวีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ P/E Ratio กลุ่ม MEDIA ในปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 20–30 เท่า ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “เก็งกำไร” โดยมีจุด Cut Loss และแนวรับที่ 43.25 บาท และแนวต้าน 47.50 บาท
SAMART (+) เรามีมุมมองบวกต่อทิศทางการเติบโตในปีนี้ โดยเฉพาะจาก SIM ที่จะกลับมาโดดเด่นจากการเติบโตของยอดขาย Smart Phone และมีโอกาสร่วมในโครงการ Tablet โรงเรียนเฟสใหม่ ส่วน SAMART มีแผนขยายกิจการต่อยอดการเติบโตทั้งการซื้อกิจการ (ธุรกิจรับสร้างโรงไฟฟ้า) และการนำบริษัทลูก (One to One) เข้าตลาดช่วงครึ่งหลังปีนี้ เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจในพม่าและกัมพูชา เรามีแนวโน้มทบทวนประมาณการสะท้อนการเติบโต และปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมขึ้นจาก 13.40 บาท ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “เก็งกำไร” โดยมีจุด Cut Loss และแนวรับที่ 12.60 บาท และแนวต้าน 14.50 บาท
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มพักตัวยืนเหนือ 1433 จุด และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันด้วย คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1435-1455 จุด ในแง่ของกลยุทธ์ทางเทคนิค ถ้าดัชนียืนเหนือ 1430 จุด เป็นสัญญาณถือหุ้นหรือเลือกซื้อเก็งกำไรเป็นรายตัวได้ กรณีต่ำกว่า 1420 จุด จะเป็นสัญญาณขาย









