วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มตลาดวันนี้ : มีโอกาสปรับขึ้น

ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นได้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นค่อนข้างสูง

หลังจากที่ธนาคารญี่ปุ่นประกาศมาตรการผ่อนคลายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งตัวเลขผลประกอบการของภาคบริษัทเอกชนของสหรัฐออกมาดีเกินคาด และนักลงทุนเริ่มมั่นใจว่าสหรัฐจะสามารถเพิ่มเพดานหนี้ได้


แนวรับ/แนวต้าน: 1428/1448

กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน

สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%

นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร AAV , BLAND , SPCG , LIVE

นักลงทุนระยะยาว: ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และหุ้นที่ให้ปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำให้ซื้อและถือยาว คือ ITD , WHA , DEMCO , BCP


จับข่าวมาเก็งกำไร


เมอร์ริล ลินซ์ ดัน 5 หุ้นไทยโรดโชว์ฮ่องกง พบกองทุนขนาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคมนี้ ได้แก่ AAV , HMPRO , QH , THRE และ TK โดยผลจากการโรดโชว์กับนักลงทุนสถาบันครั้งนี้ บริษัทที่เข้าร่วมจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อดูตัวเลขยอดซื้อสุทธิของต่างชาติในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ยอดรวมสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับยอดรวมจากปลายปี 2555 ที่มียอดซื้อสุทธิหลายหมื่นล้านบาทเช่นกัน (หุ้นที่น่าสนใจ มีโอกาสไปได้ต่อ คือ AAV และ TK)


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน


ปัจจัยภายในประเทศ

+รมว. คลัง ประเมินว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 56 อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ 2.1 ล้านล้านบาท โดยจะลดการขาดดุล 3 แสนล้านบาทในปี 56 เหลือ 2.5 แสนล้านบาทในปี 57 วึ่งการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาทจะทำให้จีดีพีเติบโตได้ปีละ 1.0-1.5% ขณะที่กรอบเงินเฟ้ออาจจะเพิ่ม 0.1-0.2%

+ธปท. คาดการณ์ว่าการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทระยะสั้นอาจจะแข็งค่าเร็วเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นแต่สอดคล้องกับพื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดย ธปท.ยังไม่มีการแทรกแซงค่าเงินบาทแม้ว่าการแข็งค่าของเงินบาทนั้นจะกระทบธุรกิจในภาคส่งออก


ปัจจัยต่างประเทศ

+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 62.51 จุดหรือ 0.5% ปิดที่ 13,712.21 จุดหลังรัฐบาลกลางสหรัฐอาจจะปรับเพิ่มเพดาหนี้และกู้ยืมเงินได้ และผลประกอบการเอกชนในไตรมาสที่ 4/55 ดีเกินคาด แม้ว่ายอดขายบ้านมือสองของสหรัฐลดลง 1% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ 3%

+ ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน ก.พ. ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.68 ดอลลาร์หรือ 0.52% ปิดที่ 96.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ประกอบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนเยอรมนีเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 11 เดือน