จับตาอุตฯ สื่อยุคทีวีดิจิทัล กสทช. เดินหน้าแจกไลเซ่น 48 ช่องปีนี้ เชื่องบทีวีสะพัดแสนล้าน
รายการ Business Talk "กรุงเทพธุรกิจทีวี" จัดเสวนาอุตสาหกรรมโทรทัศน์สู่การเปลี่ยนระบบดิจิทัลและความคืบหน้าการออกใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 48 ช่อง เพื่อสะท้อนมุมมอง และการเตรียมพร้อมของผู้ประกอบการสื่อและคอนเทนท์ โปรวายเดอร์
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า มติบอร์ดกระจายเสียงเห็นชอบหลักการการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์ดิจิทัลเพื่อให้เข้าถึงคนไทยทั่วประเทศจำนวน 22 ล้านครัวเรือน ด้วยการแจกคูปองสนับสนุนการซื้ออุปกรณ์กล่องรับสัญญาณ (Set top box) หรือเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยจะใช้เงินจากราคาประเมินตั้งต้นของมูลค่าคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัลประเภทช่องธุรกิจ 24 ช่อง ที่คาดว่าจะเคาะราคาได้ในช่วงปลายเดือนก.พ. นี้ ส่วนราคาประมูลที่เกินราคาตั้งต้นจะนำส่งเข้ากองทุนสื่อฯ กสทช.
หลักการแจกคูปองเป็นการกันเงินจากมูลค่าตั้งต้นคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นคลื่นสาธารณะของประชาชนส่งกลับคืนสิทธิประโยชน์การเข้าถึงให้กับประชาชน โดยเป็นรูปแบบที่หลายประเทศดำเนินการในการเปลี่ยนผ่านกิจการบรอดแคสต์สู่ระบบดิจิทัล
"เมื่อกำหนดมูลค่าคลื่นความถี่ตั้งต้นแล้ว หากได้เงินเท่าไร จะนำมาแจกคูปองให้ครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องครอบคลุมราคาเต็มจำนวนของกล่อง โดยอาจจะอุดหนุนที่สัดส่วน 50% ก็ได้" พ.อ.นที กล่าว
วิธีการแจกคูปองจะสอดคล้องกับแผนการขยายโครงข่ายระบบดิจิทัล (Network Provider) ที่กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องขยายพื้นที่ในปีที่ 1 ครอบคลุม 50% ทั่วประเทศ ปีที่ 2 สัดส่วน 80% ปีที่ 3 สัดส่วน 90% และ ปีที่ 4 สัดส่วน 95% เพราะว่าหากแจกคูปองในพื้นที่ที่ยังไม่มีการขยายโครงข่าย ก็ไม่สามารถรับชมช่องรายการดิจิทัลได้
เช่นเดียวกับแนวคิดในการเรียกเก็บเงินค่าประมูลช่องทีวีดิจิทัลที่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือเงินตั้งต้นมูลค่าคลื่น ซึ่งจะนำไปแจกคูปอง จะทยอยจ่ายตามสัดส่วนตามระยะเวลาของการขยายโครงข่ายเช่นกัน เงินประมูลส่วนที่ 2 คือ ส่วนที่เกินจากราคาตั้งต้น จะกำหนดสัดส่วนการจ่ายอีกครั้ง
สำหรับแผนการออกใบอนุญาตทีวีดิจิทัลประกอบด้วย ไตรมาสแรกใบอนุญาตโครงข่าย และสิ่งอำนวยความสะดวก คือ เสาส่งสัญญาณ ต้นไตรมาส 2 ใบอนุญาตช่องรายการประเภทสาธารณะ 12 ช่อง ปลายไตรมาส 2 ประมูลช่องรายการประเภทธุรกิจ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องทั่วไป 20 ช่อง และช่องความละเอียดสูง 4 ช่อง และไตรมาส 4 ออกใบอนุญาตช่องรายการ ประเภทชุมชน 12 ช่อง รวมทั้งหมดจะออกใบอนุญาต 48 ช่อง เป็นฟรีทีวีช่องพื้นฐานที่ผู้ชมสามารถรับชมได้เพิ่มเติมจาก 6 ช่องอนาล็อกในปัจจุบัน โดยกระบวนการออกอากาศทั้งฟรีทีวี ระบบอนาล็อกและดิจิทัล จะดำเนินการคู่ขนานกันไปตามโรดแมพ โก ดิจิทัล (go digital) ของ กสทช. อีกไม่น้อยกว่า 3 ปี
นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อสมท ในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจด้านสื่อที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานเสาส่งสัญญาณอยู่แล้ว วางแผนขอใบอนุญาตทีวีดิจิทัลครบทั้ง 4 ประเภท คือ 1.โครงข่าย 2.สิ่งอำนวยความสะดวก 3. ช่องรายการ และ 4.บริการประยุกต์ (โมบายทีวีและแอพพลิเคชั่น) โดย อสมท จะเข้าประมูลช่องรายการประเภทธุรกิจ 3 ช่อง คือ ช่องเด็ก, ช่องข่าว และ ช่องทั่วไปเอชดี
อสมท เตรียมงบ 3-4 พันล้านบาท สำหรับลงทุนซื้ออุปกรณ์เครื่องส่งดิจิทัล และขยายเสาส่งสัญญาณในอาคารเพิ่มเติมในช่วง 4 ปีจากนี้ โดยไม่รวมมูลค่าการลงทุนจากการประมูลใบอนุญาตช่องรายการ 3 ช่อง
การก้าวสู่ยุคดิจิทัล เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมทีวี ผู้ผลิตรายการและโฆษณา เนื่องจากจะมีช่องทีวีธุรกิจเพิ่มอีก 24 ช่อง ทำให้อุตสาหกรรมโฆษณาผ่านสื่อทีวีมีโอกาสเติบโตจากปัจจุบันปีละ 6 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าภายใน 5 ปี เมื่อทุกครัวเรือนเข้าถึงทีวีดิจิทัลจะกระตุ้นให้งบโฆษณาทีวีรวมทั้งอนาล็อก ทีวีดิจิทัลธุรกิจ และช่องสาธารณะเพื่อความมั่นคงขึ้นไปอยู่ในหลักแสนล้านบาท
นางจำนรรค์ ศิริตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด กล่าวว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัลใหม่ เป็นทั้งโอกาสและการแข่งขันของผู้ผลิตคอนเทนท์ โดยมีโอกาสผลิตคอนเทนท์ป้อนให้กับทีวีดิจิทัล 24 ช่อง เพิ่มขึ้น ซึ่ง กสทช.ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์กำหนดให้ผู้ประมูลประเภทธุรกิจ ต้องแบ่งเวลาให้ผู้ผลิตอื่นเช่าเวลาผลิตรายการอย่างน้อย 10% แต่ไม่เกิน 40% ของเวลาการออกอากาศ ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่ๆ
ทีวีดิจิทัลจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมทีวีและโฆษณา ช่องรายการที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ค่าเช่าเวลาสถานีฟรีทีวีปัจจุบันและทีวีดิจิทัลลดลง รวมทั้งราคาโฆษณาทีวีจะลดลงจากจำนวนช่องรายการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีตัวเลือกจากช่องทีวีดาวเทียมกว่า 200 ช่อง และช่องรายการทางเคเบิลทีวีกว่า 200 ช่อง เป็นคู่แข่งสำคัญ
อีกทั้งการแจกคูปองเพื่อเป็นส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์รับชมจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ผู้ประกอบการในการเข้าประมูลช่องธุรกิจเพิ่มขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงครัวเรือนทั่วประเทศภายใน 5 ปีตามประกาศหลักเกณฑ์ขยายโครงข่ายของ กสทช.









