วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังยันลงทุน2ล้านล้านไม่กระทบวินัยการคลัง

"กิตติรัตน์"ยันโครงการลงทุนเมกะโปรเจค 2 ล้านล้านบาท ไม่กระทบวินัยการคลัง ลดแรงกดดันบาทแข็ง

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้วยเม็ดเงิน 2 ล้านล้านบาท โดยกล่าวว่า นับจากนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะยั่งยืนและมีเสถียรภาพ โดยจีดีพีของประเทศจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่ การใช้จ่ายเงินในงบประมาณจะน้อยลง ทำให้การจัดทำงบประมาณจะเข้าสู่จุดสมดุลในอีก 3 ปีข้างหน้า

"หากเราเดินตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ บวกกับแผนลงทุน 2 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 การลงทุนของประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานที่ 25% ของงบประมาณ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศขาดแคลน โดยเฉพาะระบบขนส่ง ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการอยู่ในระดับสูง"เขากล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมกำลังพิจารณารายละเอียดของโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และยืนยันว่า สามารถทำได้โดยไม่กระทบต่อวินัยการคลังของประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งเพราะการลงทุนดังกล่าวเป็นการทยอยการลงทุนในระยะ 7 ปีครึ่ง

"มีคำถามว่า เราจะกลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงหรือไม่ ขอเรียนว่า ใน 1 ทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา เราเกินดุลการค้าและดุลบริการ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก ทุนสำรองก็อยู่ในระดับสูงถึง 175 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินบาทก็แข็งค่าขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันไม่ได้"

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเรากำลังลงทุน การนำเข้าสินค้าก็จะมีบ้าง ดังนั้น เราจึงจะขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดบ้าง แต่ไม่มาก ซึ่งจะช่วยประคองไม่ให้บาทแข็งค่าด้วย แต่ในแง่ของเงินเฟ้อนั้น เราคาดว่า จะอยู่ในประมาณการที่ 3% และ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นประมาณ 0.20%