วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่ม'เจริญ'ซื้อหุ้นF&Nแล้วกว่า40.6%

กลุ่ม"เจริญ"รวบซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 40.61% ขณะที่ฝั่งโอยูอี ยังคงเดิม นักวิเคราะห์มองสถานการณ์ล่าสุด กลุ่มเจริญ ถือแต้มต่อ

วันนี้ (21ม.ค.) เป็นวันครบกำหนดเส้นตายสุดท้าย ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น ทั้งในฝั่งบริษัทไทยเบฟเวอเรจ อินเตอร์ฯ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และคู่แข่งสำคัญ บริษัทโอเวอร์ซีส์ยูเนียนเอ็นเตอร์ไพรเซส หรือโอยูอี บริษัทสิงคโปร์เชื้อสายอินโดนีเซีย ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อช่วงเช้า (8.04 น.ตามเวลาไทย) ราคาหุ้นเอฟแอนด์เอ็น ที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์พุ่งขึ้นไปกว่า 1.5% อยู่ที่ 9.72 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น
ราคาหุ้นเอฟแอนด์เอ็น มีการเสนอซื้อสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ด้วยราคาปิดที่ 9.74 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้นราว 1.6% และนับเป็นราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยเสนอซื้อกันมา

หลังจากบริษัททีซีซีแอสเซ็ท ในฝั่งไทยเบฟฯของนายเจริญ ได้เสนอซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น ที่ระดับราคา 9.55 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น เมื่อวันศุกร์(18ม.ค.)ที่ผ่านมา ทำให้ซื้อหุ้นมาได้เพิ่มอีก 90.8 ล้านหุ้น หรือ 6.3% และยังซื้อเพิ่มอีก 2.2 ล้านหุ้นในวันเสาร์(19 ม.ค.) ซึ่งส่งผลให้ขณะนี้นายเจริญถือหุ้นเอฟแอนด์เอ็นแล้ว จำนวน 40.61 โดยถือผ่านบริษัททีซีซี แอสเซ็ท และไทยเบฟเวอเรจ อินเตอร์ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ถืออยู่ 34.2%

การเพิ่มราคาเสนอซื้อหุ้นดังกล่าว ของฝั่งไทยเบฟฯ เป็นการปรับราคาจากเดิมที่กำหนดไว้ 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าการซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นด์ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.38 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสกัดกั้นความพยายามในการเข้าซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น ของโอยูอี ที่ได้เสนอซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นไว้ที่ระดับราคา 9.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น

ความเคลื่อนไหวด้านการเสนอซื้อดังกล่าว ส่งผลให้ขณะนี้นายเจริญถือหุ้นเอฟแอนด์เอ็นแล้ว 40.61% ผ่านทีซีซีแอสเซ็ท และไทยเบฟเวอเรจ จากเดิมที่ถืออยู่ 34.2% และทำให้สัญญาณการแข่งขันระหว่างนายเจริญ และนายสตีเฟน ไรดี้ ชาวอินโดนีเซีย ประธานบริษัทโอยูอี ในการเข้าเทคโอเวอร์เอฟแอนด์เอ็นใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว