ฟันด์เมเนเจอร์ลดถือเงินสดโยกเงินเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นสหรัฐ-เอเชีย-จีนที่ดูสดใส ส่วนตลาดตราสารหนี้เลือกบอนด์ตลาดเกิดใหม่ หวังรีเทิร์นดี
ธนาคารเอชเอสบีซี เผยผลสำรวจความเห็นของผู้จัดการกองทุน 10 แห่งทั่วโลก ที่มีมูลค่าเงินลงทุนภายใต้บริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนเหล่านี้รวม 3.87 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็น 15% ของปริมาณเงินลงทุนภายใต้การบริหารจัดการทั้งหมดทั่วโลก ในไตรมาสแรกปี 2556 พบว่า 75% ของผู้จัดการกองทุนทั่วโลกกลุ่มตัวอย่าง
เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้น จากระดับ 40%ของกลุ่มตัวอย่างที่เคยเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้น ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน
ขณะที่ต้นปีนี้กลุ่มตัวอย่าง 25% ยังมองเป็นกลาง เทียบกับ 50% ในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน และไม่มีรายใดเลยที่ปรับลดน้ำหนักลงทุนในหุ้น
ทั้งนี้ ต้นปีนี้ผู้จัดการกองทุนเกิน 6 ใน 10 ราย ลดน้ำหนักถือครองเงินสด ขณะที่มีผู้จัดการกองทุนเกิน 1 ใน 3 ที่ปรับลดน้ำหนักลงทุนในพันธบัตร เทียบกับสัดส่วน 20% ในไตรมาส 4 ปีก่อน และไม่มีรายใดเลยที่เห็นว่าการลงทุนในพันธบัตรมีแนวโน้มสดใส หรือให้ถือครองเงินสดในไตรมาสแรกปีนี้
นายวินีต โวฮ์รา ผู้อำนวยการบริหารระดับภูมิภาค ฝ่ายการพัฒนาความมั่งคั่ง ธนาคารเอชเอสบีซี ประจำเอเชีย แปซิฟิก ให้ความเห็นถึงรายงานฉบับนี้ว่าผู้จัดการกองทุนทั่วโลกที่ไม่ต้องการถือครองเงินสดในไตรมาสแรกปีนี้ ย้ำถึงโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพในตลาด โดยกำลังมองหาลู่ทางลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้บางแห่ง ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดยพิจารณาถึงปัจจัยด้านราคาและข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นของสหรัฐและจีนเป็นหลัก
โดยในไตรมาสแรกปีนี้ มีผู้จัดการกองทุน 75%ให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นอเมริกาเหนือ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 60% ของไตรมาสสุดท้ายปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น และพบว่ามีผู้จัดการกองทุนสนใจลงทุนในหุ้นเอเชีย แปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น เทียบกับ 43% ในไตรมาสแรกปีนี้ เทียบกับ 33% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน และสนใจลงทุนในหุ้นจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็น 50% ในไตรมาสแรกปีนี้ เทียบกับ 43% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน
นายวินีตระบุผลสำรวจได้ชี้ให้เห็นถึงภูมิภาคที่ยังคงมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและจีนถึงจุดต่ำสุดแล้ว กำลังสะท้อนโอกาสปรับตัวขึ้นของหุ้นอเมริกาเหนือและจีน และด้านการลงทุนในพันธบัตร พบว่าผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ยังสนใจลงทุนในพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูง และพันธบัตรของตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากนักลงทุนยังคงมองหาผลตอบแทนที่ดีในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง









