วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ซื้อ

คาดกำไรสุทธิปี 56 ขยายตัวต่อเนื่องราว 21%YoY

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

กำไรสุทธิปี 55 เพิ่มขึ้น 13%YoY : ปี 55 มีกำไรสุทธิ 3,705 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 13%YoY เนื่องจาก 1) การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยตามการขยายตัวของสินเชื่อที่ 34%YTD แม้ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) จะลดเหลือ 3% จาก 3.7%ในปี 54 2) การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตดีถึง 43%ซึ่งมาจากธุรกิจธนาคารและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 49% ตามการขยายตัวของสินเชื่อ รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 16% ตามส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นของบล.ทิสโก้ และรายได้จากธุรกิจจัดการกองทุนที่เพิ่มขึ้น 30% ด้านสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ที่เพิ่มขึ้น 19% จากปี 54 ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงเนื่องจากมีการเติบโตที่สูงมากของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ตามการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ อย่างไรก็ดี สัดส่วนสินเชื่อ NPL ต่อสินเชื่อรวมกลับลดลงเหลือ 1.2% จาก 1.4% เมื่อปลายปี 54

สินเชื่อปี 55 เติบโตสูงมาถึง 34% จากปลายปี 54 : สินเชื่อปลายปี55 อยู่ที่ 2.48 แสนล้านบาทเติบโต 34% จากสิ้นปี 54 ตามการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่มโดยสินเชื่อรายย่อยซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดของพอร์ทที่ 71% เติบโต 31%YTD สินเชื่อธุรกิจซึ่งมีสัดส่วน17%ของพอร์ทเติบโต33%YTDส่วนสินเชื่อSME ซึ่งมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 10%ของพอร์ทแต่มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 89%YTD สำหรับปี 56

คาดกำไรสุทธิปี 56 จะเติบโตต่อเนื่องราว 21% : ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อราว 12-15% โดยมีนโยบายที่จะไม่แข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ให้อยู่ใกล้เคียงกับปี 55 ที่ระดับ 3% โดยจะเน้นการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในกลุ่มรถยนต์มือสองและสินเชื่อ SME ซึ่งมีผลตอบแทนสูง ตัวขับเคลื่อนรายได้ในปีนี้จะเป็นรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตโดดเด่นจากสินเชื่อที่เติบโตสูงในปีที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ราว 4,5 พันล้านบาทซึ่งเติบโตต่อเนื่องจากปี 55 ราว 21%YoY

ยังไม่น่ากังวลเรื่องเพิ่มทุน : การปล่อยสินเชื่อที่เติบโตสูงมากในปี 55 มีผลทำให้สัดส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลงเหลือ 13% จาก 14.9% ในปี 54 โดยมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ลดเหลือ 9% จาก 9.9% ในปี 54 อย่างไรก็ดี ยังสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท.ตามเกณฑ์ BASEL II ที่ระดับ 4.25% และเกณฑ์ BASEL III ที่ระดับ 6% ซึ่งผู้บริหารชี้แจงว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 58 บาท: ปัจจัยพื้นฐานของ TISCO ยังแข็งแกร่งจากศักยภาพในการเติบโตของรายได้ และคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีจากการที่มีสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคาร ราคาปิดล่าสุดยังมี upside จากราคาเหมาะสมซึ่งอิง P/BV ที่ระดับ 2 เท่า, Ke 13.6% ซึ่งอยู่ที่ 58 บาท ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”