วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กิตติรัตน์'ย้ำคลัง-ธปท.พร้อมดูแลค่าบาท

"กิตติรัตน์"ยันคลัง-แบงก์ชาติ พร้อมดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ หลังวันนี้บาทแข็งโป๊กแตะ 30.07 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มจ่อแตะ 29 บาท/ดอลลาร์

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์เงินบาทที่ปรับค่าแข็งอย่างต่อเนื่องว่า เป็นเรื่องที่พอเห็นภาพได้ โดยเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐปรับค่าแข็งขึ้น เพราะมีการเพิ่มปริมาณเงินในลักษณะQE ซึ่งเป็นแนวทางสหรัฐในการแก้ไขปัญหาภายใน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศต่างๆทั่วโลกก็มีทิศทางค่าเงินแข็งขึ้น ยกเว้น ประเทศที่ขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ไทยไม่มีปัญหานี้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่มีนโยบายแทรกแซงในลักษณะผิดธรรมชาติ แต่นโยบายที่หนุนให้นำเงินบาทไปลงทุนต่างประเทศทั้งทางตรง ตราสารการเงิน หรือส่งเสริมให้ภาคเอกชนพร้อมนำเข้าสินค้าประเภททุน จะทำให้อุปสงค์เรื่องเงินตราต่างประเทศมีมากขึ้น ก็จะมีส่วนจะประคับประคองไม่ให้บาทแข็งค่าขึ้น

ขณะเดียวกัน การที่เงินไหลออกก็เป็นประโยชน์ เพราะผลตอบแทนการลงทุนจะกลับมา หรือผลตอบแทนจากการลงทุนเครื่องจักรใหม่ก็จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพลงทุน

ส่วนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่จะใช้เม็ดเงินถึง 2 ล้านล้านบาทนั้น เขากล่าวว่า ถ้าหากเราไปกู้เงินต่างเพิ่มเติม จะทำให้บาทแข็งขึ้นอีก ฉะนั้น แหล่งเงินสำคัญที่จะสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว จะเป็นแหล่งเงินในประเทศ ซึ่งสภาพคล่องในประเทศอยู่ในระดับที่ดี และ ธปท.ก็ดูไม่ให้ล้นเหลือเกินไป

"การจัดการต่างๆของธปท.และคลัง จะช่วยประคองให้บาทมีเสถียรภาพและไม่จำเป็นต้องแข็งจนกระทั่งผู้ส่งออกลำบาก แต่บาทแข็งก็มีประโยชน์ เช่น เราเป็นประเทศนำเข้าพลังงาน เมื่อบาทแข็งทำให้ราคาพลังงานเมื่อแปรเป็นเงินบาท ไม่อยู่ภายใต้ภาวะกดดันของเงินเฟ้อ เชื่อว่า ธปท.และคลังคงติดตามไม่ให้เป็นผลดีด้านใดด้านเดียวหรือผลเสียด้านใดด้านเดียว คงดูให้เป็นกลาง"

ขณะที่การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องแตะ 30.07-30.12 บาทต่อดอลลาร์จากเมื่อวันก่อนอยู่ที่ระดับ 30.20-30.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือว่าแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 ปี โดยนักค้าเงินคาดว่ามีแนวโน้มที่จะแตะ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเวลาอันใกล้นี้จากอานิสงค์เงินทุนไหลเข้า