"พาณิชย์"รายงานครม.คาดการณ์ราคาสินค้าปี56 ทรงตัวเท่าปีที่แล้ว แจงมีมาตรการดูแลราคาสินค้าผลพวงนโยบายขึ้นค่าแรง300บาท
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.มีมติรับทราบการกำกับดูแลราคาสินค้าจากการดำเนินนโยบายการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงาน ซึ่งเป็นมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ทำอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าหรือกักตุนสินค้า ทั้งนี้แนวทางการกำกับดูแลประกอบไปด้วย
1.ด้านราคาสินค้า ตรึงหรือชะลอการปรับราคาสินค้า โดยจะมีการกำกับดูแลราคาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าสูงขึ้น ตั้งแต่การดูแลราคาสินค้า ณ โรงงาน (ต้นน้ำ) ซึ่งแบ่งการกำกับดูแลเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สินค้าที่ต้องใช้วัตถุดิบนำเข้า กลุ่มที่ 2 สินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก กลุ่มที่ 3 สินค้าที่ใช้วัตถุดิบทั้งในประเทศและนำเข้า และ กลุ่มที่ 4 หมวดอาหารสด ซึ่งหากจำเป็นต้องปรับราคาจะพิจารณาให้ปรับราคาตามภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง สำหรับหมวดอาหารสดนั้นเนื่องจากราคาขึ้นลงตามฤดูกาล จะมีการตรวจสอบราคาและเข้มงวดในการปิดป้ายราคา รวมทั้งการประกาศราคาแนะนำการดูแลราคาจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายและผู้ค้าส่ง (กลางน้ำ) ดูแลราคาจำหน่ายส่งให้มีการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับราคา ณ โรงงาน (ต้นน้ำ) เพื่อมิให้มีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบทั้งด้านราคาจำหน่าย การปริมาณการดูแลราคาจำหน่ายปลีก (ปลายน้ำ) ติดตามราคาจำหน่ายปลีกให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต โดยกำหนดสินค้าที่ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด 2.ด้านปริมาณ ดูแลให้สินค้าเพียงพอกับความต้องการ ไม่มีการกักตุนสินค้า
นพ.ทศพร กล่าวว่า ส่วนแนวทางการกำกับดูแล แบ่งเป็นมาตรการทางกฎหมาย มาตรการการบริหารโดยการขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้า มาตรการการกำกับดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาสินค้า จำนวน 9 คณะ ได้แก่ ประเภทสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป น้ำมันพืชบริโภค ปุ๋ยเคมี อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม เหล็กเส้นและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ อาหารปรุงสำเร็จ ยารักษาโรคแผนปัจจุบัน และกลั่นกรองการกำหนดสินค้าและบริการควบคุมและมาตรการกำกับดูแล เพื่อพิจารณาราคาจำหน่ายสินค้าที่เหมาะสมในกรณี
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังคาดการณ์แนวโน้มราคาสินค้าในปี56 โดยสินค้าส่วนใหญ่มีราคาทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกับปี 2555 เนื่องจากวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการผลิตสินค้าคาดว่าราคายังคงทรงตัว สำหรับปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ น้ำมันดิบดูไบ คาดว่าจะอยู่ที่ 100 - 120USD/บาร์เรล (ปี 2555 อยู่ที่ 88.98 - 124.09 USD/บาร์เรล) และอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่าจะอยู่ที่ 28.50 - 32.50 บาท/USD (ปี 2555 อยู่ที่ 30.38 - 32.05 บาท/USD) ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลยังคงมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน








