แม้มี Rebound ช่วงสั้นได้ แต่การเก็งกำไรรอบใหม่ SET ต้องปิดเหนือ 1,415 จุดเท่านั้น
SET View
แนวโน้ม SET วันนี้ แม้ว่าในช่วงเช้าวันนี้ SET มีโอกาสที่จะ Rebound กลับขึ้นมาได้บ้าง จากกระแสข่าวที่เข้ามาว่ารัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (Stimulus Package) รอบใหม่ออกมาราว 20.2 ล้านล้านเยน อย่างไรก็ดีในเชิงแนวโน้มกรณีที่การ Rebound ของ SET ในวันนี้ไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,415 จุดได้ มีโอกาสที่ SET จะลงไปพักฐานในกรอบ 1,370-1,320 จุดในช่วงที่เหลือของ ม.ค.2556 (แต่ถ้ายืน 1,415 จุดได้ มีโอกาสเหวี่ยงขึ้นได้แต่ไม่เกิน 1,435 จุด) เพราะการที่ SET มีปัจจัยหนุนหลักอยู่เพียงปัจจัยเดียวคือบทบาทของ Foreign Fund Flow ทำให้การเคลื่อนไหวของ SET ยังคงมีความเสี่ยง ประกอบกับเรายังคงให้น้ำหนักไปที่ปัจจัยลบจากความไม่แน่นอนในการเจรจาขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ (Debt Ceiling), การปรับน้ำหนักการลงทุน (Re-Weighting) ในตลาดหุ้นไทยของสำนักวิจัยต่างชาติ และปัจจัยฤดูกาล (Seasonality) ของกองทุนในประเทศ
ในส่วนของผลกระทบจาก Earnings Season ของสหรัฐ โดยเฉพาะในช่วง 5 ม.ค.-8 ก.พ.2556 ที่บริษัทใน S&P500 ราว 57% จะประกาศงบในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ออกมา เราประเมินว่าจะไม่เป็นปัจจัยบวกใหม่ให้กับตลาดหุ้นไทย เพราะแม้ว่า Bloomberg Consensus จะประเมินว่ากำไรในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ของบริษัทใน S&P500 โดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 2.9% YoY แต่ถ้าไม่นำเอากลุ่มการเงินมารวม กำไรในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ของบริษัทใน S&P500 จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% YoY เท่านั้น
กลยุทธ์การลงทุน กรณีที่ในวันนี้ SET ไม่สามารถกลับมาปิดเหนือ 1,415 จุดได้ในวันนี้ สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1 เดือน) แนะนำ “ดีดขึ้นขาย” ถือเงินสดไปรอซื้อเมื่อ SET ลงมาในกรอบ 1,370-1,320 จุด โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม “CHIC Star” ได้แก่ CK, ROJNA, SAT, STANLY, TCAP, SIRI, TUF, MFEC, BCH ขณะที่การลงทุนระยะสั้น (1 สัปดาห์) จะกลับมา “ซื้อเก็งกำไร” ก็ต่อเมื่อ SET ยืนเหนือ 1,415 จุดได้เท่านั้น ในหุ้นกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และธนาคาร ขณะที่กรณีต่ำกว่าให้ถือเงินสด 100%
Stock Picks
BBL (+) เราประเมินว่าการขยายตัวของสินเชื่อในปีนี้ของ BBL จะยังโตต่อเนื่องจากแผนการลงทุนของภาครัฐที่ชัดเจน ทำให้ฐานสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ที่ BBL ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งธนาคารยังมีเป้าหมายรุกตลาดสินเชื่อ SME และ สินเชื่อรายย่อยเพิ่มมากขึ้น สำหรับระยะสั้น เราคาดว่าผลประกอบการ 4Q55 BBL จะมีกำไรเพิ่มขึ้นจาก 3Q55 แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แนะนำ "ซื้อ" มูลค่าเหมาะสม 213 บาท
THCOM (+) การปิดกิจการ Mfone จะทำให้ THCOM จะไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป ส่วนการตั้งด้อยค่า Mfone เพิ่มเติมซึ่งไม่ใช่รายการเงินสดจะไม่กระทบกระแสเงินสดและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลโดยคาดว่าจะจ่ายได้หุ้นละ 10 สตางค์สำหรับผลประกอบการงวดปี 2556 ส่วนปี 2556 เราคาดว่าจะกำไรสุทธิจะเติบโตกว่า 4 เท่าตัว เป็น 960 ล้านบาท โดยจะเห็นผลการดำเนินงานดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ 1Q56 แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสม 26.30 บาท









